Play + Learn = Plearn @ Museum Siam by 'เจ้าชายรองเท้าแตะ'
Play + Learn = Plearn @ Museum Siam by 'เจ้าชายรองเท้าแตะ' เรื่อง : เจ้าชายรองเท้าแตะ ภาพ : เจ้าชายรองเท้าแตะ |
![]() |
ซึ่งวัตถุประสงค์ที่สร้างที่นี่ขึ้นมานั้นก็เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งแรกที่เน้นการสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้การเรียนรู้ประวัติศาสตร์เป็นไปได้อย่างสนุกสนานยิ่งขึ้น โดยนิทรรศการในมิวเซียมสยามแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ นิทรรศการถาวร ซึ่งมีชื่อชุดว่า “เรียงความประเทศไทย”หรือ “The Account of Thailand” และอีกส่วนคือ นิทรรศการชั่วคราว ซึ่งนิทรรศการชั่วคราวนั้นเรื่องที่นำเสนอจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ลืมบอกไปอย่างคือ ที่นี่มีค่าธรรมเมนียมการเข้าชมเล็ก ๆ น้อย ไม่แพงเท่าไหร่เมื่อเทียบกับคุณค่าที่ได้รับ แต่ถ้าใครไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ผมมีวิธีคือ ให้มา หลังจาก 4 โมงเย็นไปแล้ว ทางมิวเซียมสยามจะเปิดให้ทุกท่านเข้าชมฟรีครับ เมื่อพร้อมแล้วก็เริ่มไปเข้าชมพร้อมกันได้เลยครับ |
![]() |
หลังจากที่ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ที่ทำการต้อนรับแล้ว ทำให้ผมได้รู้ว่ามีทั้งนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป เข้ามาชมแทบจะทั้งวัน ยอมรับได้เลยว่าที่นี่มีดีและมีคนรู้จักไม่น้อยเลยทีเดียว น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่คนไทยนิยมมาเดินชมพิพิธภัณฑ์กันมากขึ้นและแล้วก็ได้เวลา 4 โมงเย็นทางเจ้าหน้าที่ที่แสนน่ารักก็ได้เชิญทุก ๆ ท่านที่รออยู่ด้านนอกได้เข้าไปชมห้องที่ 1 : เบิกโรง ซึ่งในห้องแรกนี้เป็นการฉายวีดีทัศน์แนะนำตัวละครทั้ง 7 ที่จะนำพาเราและเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในห้องต่าง ๆ ต่อไป ในห้องที่ 1 นั้นได้จัดวางจอได้อย่างมีดีไซน์ และที่นั่งดูเรียบง่ายแต่มีสไตล์ ซึ่งเราจะใช้เวลาในการชมประมาณ 8 นาที หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะเดินมาพาเราไปชอมห้องที่ 2 : ไทยแท้ ซึ่งตรงนี้เป็นต้นไปเจ้าหน้าที่จะปล่อยให้เราเดินชมเองได้เลย พิพิธภัณฑ์ของที่นี่สามารถถ่ายรูปได้ จับต้องได้ ถือว่าเปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมสนุกและมีความสุขในการเยี่ยมชมและเก็บความประทับใจได้อย่างเต็มที่ มาว่ากันต่อ ในห้องที่ 2 นี้จะเป็นการกระตุ้นให้เราคิดว่าอะไรคือไทยแท้ โดยมีรูปแบบการใช้ชิวิตง่าย ๆ และขนบธรรมเนียมความเชื่อต่าง ๆ จัดแสดงในห้องนั้น |
![]() |
หลังจากที่เราผ่านห้องที่ 2 มาแล้วก็จะต้องขึ้นบันไดไปสู่ห้องที่ 3 : เปิดตำนานสุวรรณภูมิ แสดงถึงวิวัฒนาการของสังคมก่อนที่จะมาเป็นบรรพบุรุษชาวสุวรรณภูมิ ซึ่งประมาณ 2000 ปีก่อนใช้ชื่อ ”สุวรรณภูมิ” เรียกดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ทางทิศตะวันออกของอินเดีย ซึ่งการศึกษาโครงกระดูก หลุมฝังศพ และอารยธรรมที่ฝังอยุ่ใต้ดินทำให้เรารู้จักดินแดนแห่งนี้มากยิ่งขึ้น ต่อไปก็จะเข้าสู่ห้องที่ 4 : สุววรณภูมิ ซึ่งเป็นดินแดนที่มีความเจริญในหลาย ๆ ด้าน มีทั้งการเกษตร การค้า การสร้างเมือง ความเชื่อต่าง ๆ และ เทคโนโลยีในการสร้างโลหะต่าง ๆ หลังจากที่เต็มอิ่มกับห้องที่ 4 ไปแล้วก้เดินเข้าสู่ ห้องที่ 5 : พุทธิปัญญา ซึ่งภายในประกอบด้วยการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหัวใจของพุทธศาสนา ซึ่งนำเสนอในรูปแบบของการฟังการบรรยายธรรม ซึ่งจะมี Head Phone ให้ฟังตามหัวข้อต่าง ๆที่จัดแสดงไว้ ซึ่งเอกลักษณ์ของห้องนี้คือ มีมังกรนอนสงบนิ่งอยู่ภายในส่วนจัดแสดง |
![]() |
ต่อไปเราก็จะเข้าสู่ห้องที่ 6 : กำเนิดสยามประเทศ ที่นำเสนอให้เห็นว่าบรรดาแว่นแคว้นต่าง ๆ ที่เริ่มก่อตัวเป็นนครรัฐ และสืบสานเรื่องราวของวีรบุรุษผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยาจากตำนานท้าวอู่ทอง และก็จะเข้าสู่ห้องที่ 7 : สยามประเทศ ภายในห้องจะพูดถึงกรุงศรีอยุธยา ที่ซึ่งผสมผสานทางด้านวัฒนธรรมและชีวิตของผู้คนและความเจิญรุ่งเรืองต่าง ๆในสมัยนั้น |
![]() |
ถัดออกมาในห้องที่ 8 : สยามยุทธ์ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของการทำสงครามในสมัยกรุงศรีอยุธยารวมถึงกลยุทธ์ในการจัดแผนการออกทัพและภายในห้องนี้ก็มีเกมส์ที่สามารถให้เราเข้าไปร่วมลงเล่นประลองความแม่นในการฝึกยิงปืนใหญ่อีกด้วย |
![]() |
ต่อมาในห้องที่ 9 : แผนที่ ความยอกย้อนบนแผ่นกระดาษ จะบอกเล่าถึงการแบ่งเขตดินแดนโดยการใช้แผนที่ในการช่วยเล่าเรื่องราว ห้องที่ 10 : กรุงเทพฯ ภายใต้ฉากอยุธยา ห้องนี้จะบอกเล่าเรื่องราวเมื่อสิ้นกรุงศรีอยุธยา ซึ่งชาวกรุงศรีอยุธยาจึงเริ่มสร้างเมืองใหม่ และหล่อหลอมวัฒนธรรมต่าง ๆ จนกลายเป็นกรุงเทพในปัจจุบัน ในห้องที่ 11 : ชีวิตนอกกรุง จะสื่อให้เห็นถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชีวิตของการทำเกษตรกรรมที่ผูกพันกับเรามาจนถึงทุกวันนี้ และในห้อง 12 : แปลงโฉมสยามประเทศ เป็นการพูดถึงการเริ่มรับวัฒนธรรมและเริ่มติดต่อกับโลกตะวันตก ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้าน ห้อง 13 : กำเนิดประเทศไทย ห้องนี้จะกระตุ้นให้เกิดการค้นหาคำตอบ เกี่ยวกับ “วันเกิดประเทศไทยคือวันที่เท่าไหร่” และ ”กรมโฆษณาการเกี่ยวข้องอย่างไร” |
![]() |
ต่อมาห้องที่ 14 : สีสันตะวันตก จะแสดงให้เห็นประวัติศาสตร์ของโลกที่มีชีวิตชีวาภายหลังจากผ่านสงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมหับการเปิดรับวัฒนธรรมของอเมริกา และห้องที่ 15 : เมืองไทยวันนี้ เป็นการพูดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตจากรุ่นสู่รุ่น ที่ตกทอดมาจนกลายมาเป็นการผสมผสานสิ่งที่ดีงามจนกลายเป้นเอกลักษณ์ของเรา ห้องที่ 16 : มองไปข้างหน้า เป็นห้องที่จะสามารถอธิบายได้ว่า “วันพรุ่งนี้ของประเทศไทยจะเป็นเช่นไร” และห้องสุดท้าย คือห้องที่ 17 : ตึกเก่าเล่าเรื่อง เป็นการบอกเล่าเรื่องราวที่มาที่ไปของมิวเซียมสยามว่ามีความเป็นมามาอย่างไร |
![]() |
พอหมดจากห้องนิทรรศการถาวรก็ก้าวไปสู่นิทรรศกาลชั่วคราวที่จัดขึ้นในช่วง ๆ นั้น ซึ่งในช่วงที่เดินทางไปนั้นกำลังจัดนิทรรศการ ”สืบจากส้วม” พอดีจึงถือโอกาสเดินรับชมความรู้และวิวัฒนาการตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เผลอแป๊บเดียวก็หมดเวลาไป 2 ชั่วโมงที่ทางมิวเซียมสยามจะต้องทำการปิดในเวลา 18.00 น. ซึ่งรู้สึกว่า 2 ชั่วโมงที่ใช้ผ่านไปนั้นรวดเร็วมาก ๆ สงสัยต้องกลับมาเที่ยวซ้ำอีกหลายรอบจึงจะเก็บเกร็ดเล็ก ๆ น้อยที่แฝงไว้ในมิวเซียมสยามได้อย่างครบถ้วน และแล้วเวลา 18.00 น.ก็มาถึงวันนี้คงต้องลามิวเซียมสยาม ไว้แค่นี้ครับ ไว้พบกันใหม่โอกาสหน้ากับสถานที่ดี ๆ แบบนี้ |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
- 5222 reads