Exploring Egypt VI : Cairo

ปุบปับก็ถึงวันสุดท้ายในอิยิปต์เสียแล้ว วันสุดท้ายเราใช้เวลาเดินชมเมืองไคโรกันค่ะ อย่างที่เล่าให้ฟังกันในวันแรก เมืองไคโรซึ่งเป็นเมืองหลวงของอิยิปต์นั้นเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นนอกจากจะมีประชากรเกิน 12 ล้านแล้ว ยังมีรถถีง 2 ล้านคัน

พอได้ออกไปตะลุยก็เห็นผู้คนคลาคล่ำเดินกันขวักไขว่เป็นข้อยืนยัน วันนี้ไม่มีไกด์ค่ะ ไปกันเอง ตารางหลวมๆ ชมบรรยากาศของเมืองหลวงอย่างสบายๆกัน
Marriot cairo ก่อนอื่นก็ขอเอารูปโรงแรมมาลง ใครที่ยังไม่เคยมาประเทศแถบนี้อาจจะไม่ค่อยแน่ใจเรื่องความสะดวกสบาย แต่ถ้ามาที่เมืองหลวงอย่างไคโรนี่ไม่ต้องกลัวเลยค่ะ เพราะมีความเป็นตัวเมืองสูงมากอะไรๆก็ค่อนข้างเจริญ คืนสุดท้ายนี่หลังจากเหนื่อยตะลอนๆกันมานาน เราก็เลยวางแผนเลือกที่จะพักที่โรงแรมแมริออทบรรยากาศของแมริออท ไคโรนี่ก็หรูหราใหญ่โตไม่แพ้ที่ไหนๆ ที่เราติดใจก็เห็นจะเป็นร้านคอฟฟี่ชอปที่มีขนมปังและเค้กแสนอร่อย อีกทั้งบริเวณระเบียงริมสระว่ายน้ำที่มีโต๊ะไม้ให้นั่งพักคุยเล่นกันอย่างชิลๆ โรงแรมที่นี่บริการก็ดีสมราคา ตอนเราจะออกมาเขาก็เรียกแท๊กซี่ให้ แท๊กซี่ที่ทางโรงแรมติดต่อมาเป็นแท๊กซี่ที่เรียบร้อยที่สุดที่เจอมา ตั้งแต่มาอิยิปต์ตอนแรกเราติดใจจะให้อยู่กับกลุ่มเราทั้งวัน แต่ลุงคิดค่ารอค่อนข้างแพงเราเลยตัดสินใจไปเอาคันใหม่เอาดาบหน้าแทน

Citadel cairo เช้านี้เริ่มกันที่ Citadel ค่ะ อ่านพบมาว่า Citadel ไซต์ที่นักท่องเที่ยวนิยม วิวสวย เราก็เลยไปกัน หลังจากไปเห็นความยิ่งใหญ่ของวิหารอิยิปต์โบราณเก่าแก่หลายพันปี มาเห็นของยุคใหม่ๆบ้างนี่กลับรู้สึกจืดไปเลย ก่อนเข้าเค้าให้ถอดรองเท้าค่ะ ข้างในเป็นพรม มีไฟแขวนกันระย้าย้อย ด้านบนมีหลายโดมดูแปลกตาผนังด้านหลังตัวแท่นบูชา เป็นหินอ่อนลวดลายสวยงาม ความที่อยู่บนเนินเขาสูงจากตรงนี้จะเห็นวิวของเมืองไคโรทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

Citadel cairo ทะลุจากตัวโบสถ์เข้าไปด้านในได้อีกมีทางเดินรอบๆคล้ายศาลาราย มีศาลาอยู่ตรงกลางการไม่มีไกด์ก็แย่อย่างตรงที่ไม่รู้ความสำคัญของสิ่งต่างๆที่เห็นนี่ล่ะค่ะ ตอนเดินออกเจอเด็กกลุ่มใหญ่มาทัศนศึกษา เรากลายเป็นตัวประหลาดไปเลย มีเด็กแห่กันมาดู อาจจะว่าปกติเจอนักท่องเที่ยวยุโรปบ่อยกว่าเอเชียหรืออย่างไรไม่ทราบ เด็กๆร้องฮัลโลๆ กันใหญ่ คนใจกล้าๆหน่อยก็คว้ากล้องขึ้นมาถ่ายรูปพวกเราเรายิ้มแล้วโบกมือให้ น้องหนูๆบางคนเดินมาซะใกล้ มาทำท่าเต๊ะจุ๊ยกะให้ถ่ายรูปเต็มที่ ขำมากๆกว่าจะฝ่าฝูงเด็กออกมาได้ก็ทั้งเหนื่อยทั้งขำ ออกจากซิทาเดลมาเราก็เรียกแท็กซี่ให้พาไป Khan el Khalili Bazaar ซึ่งอยู่ในส่วนของ Islamic Cairo แบบว่าอยากไปเดินดูตลาดแบบพื้นเมืองซักหน่อย
Al-Halwagy cairo เราเริ่มจากไปเดินหาร้าน Khan el-Khalel restaurant ร้านนี้ที่โลนลี่เลือกสรรค์ไปถึงก็เจอกับความรู้หราอลังการ ราวโรงแรมห้าดาวไม่ปาน แอร์เย็นฉ่ำ ขัดกับบรรยาการพื้นเมืองๆที่ต้องการ เราก็เลยเชิดใส่ เดินออกไปนั่งร้านข้างฟุตบาท คือร้าน Al-Halwagy ที่มีในโลนลี่เหมือนกัน แถวตลาดมีตรอกซอกซอยเล็กๆวุ่นวาย กว่าจะหาจากแผนที่เจอก็ใช้พลังงานอีกโข นี่ขนาดมากับหนุ่มๆที่เก่งเรื่องดูแผนที่ มาเองนี่ยอมแพ้ไปนานแล้ว ร้านนี้ไม่ทำให้เราผิดหวัง อาหารพื้นๆอย่างเคบับ ชวามา พาลาเฟลก็ทำได้รสชาติดี ราคานี้ก็ย่อมเยา ที่ติดใจเป็นพิเศษก็เจ้าน้ำฮิสบิสคัส ที่วันนี้มาในรูปแบบเย็น ชื่นใจ พอสู้กับอากาศร้อนแดดเปรี้ยงกับเค้าได้บ้าง รสชาติแบบเย็นนี่ก็เหมือนน้ำกระเจี๊ยบบ้านเราดีๆนี่เอง อิ่มกันเสร็จ ก็เดินเข้าไปนั่งเล่นต่อในร้านกาแฟที่เก่าแก่ที่สุดในย่านคือร้าน Fishawi ร้านนี้คนนั่งสูบชิชากันปุ๋ยๆมากมาย แถมมีฝรั่งมาถ่ายสารคดีอยู่หน้าร้าน มีกล้องไมค์ตัวยักษ์เดินตามไปมาอีกด้วย เชื่อแล้วว่าฮิตมาก เราก็สั่งกาแฟ สั่งน้ำมานั่งจิบกัน น้ำมะม่วงที่นี้เต็มเนื้อเต็มหนังมาก ข้นคลั่กได้ใจน้ำสตรอเบอรี่ก็อร่อย ส่วนคุณพี่ยังติดใจน้ำกระเจี๊ยบไม่หาย สั่งมาซดอีกคำรบหนึ่ง จิบกันเพลินๆ ถูกรมควันเพลินๆก็เลยสั่งชิชามาลองดูดกะเค้ามั่ง เราดูดไม่เป็น ควันไม่ออก เพื่อนๆก็ฮากันไป
Khan el Khalili Bazaar ดับกระหายแล้วก็ออกมาสู้แดดร้อนเปรี้ยงกันอีกครั้ง บรรยากาศตลาดคึกคัก ของขายก็มีสากกระเบือยันเรือรบ ที่นี่มีทั้งส่วนที่เป็นตลาดเครื่องเทศ และตลาดเครื่องเงินเครื่องทอง ตลาดที่นี่มีของแปลกตาน่าดูหลายอย่าง ของใช้ของขายสะท้อนให้เห็นลักษณะชีวิตประจำวัน และวัฒนธรรมของชาวอิยิปต์ ที่เห็นแล้วชอบมากคือเด็กส่งขนมปังค่ะ เค้าจะใช้ศีรษะเทินตะกร้าเดินขาย หัวแข็งนะนี่

Egyptian museum, L’Aubergine ร้อนๆ เหนื่อย ๆ เราก็เลยล้มเลิกความตั้งใจที่จะไป Coptic Cairo ดูโบสถ์ต่างๆ แต่มุ่งตรงไปที่ Egyptian museum เลยแทน ได้เข้าไปชมวัตถุโบราณกันอย่างฉ่ำปอด ที่นี่เค้าเข้มงวดมาก กล้องต้องฝากไว้ข้างนอก สแกนเจอนี่ต้องออกไปฝากใหม่ทีเดียว ข้างใน Egyptian museum มีมัมมี มีวัตถุโบราณ มีเครื่องทอง มีโลงศพเยอะมากป้ายบอกชื่อก็เป็นลายมือเขียน กระดาษเหลืองเชียว อ่านยากหน่อย งานนี้ไม่มีไกด์เลยหมดสนุกไปเลย ได้แต่นั่งดูรูปเทพเล่น ก็ดูเป็นแล้วนี่นาเวลาเห็นของที่ล้ำค่าที่สุดของอิยิปต์ไปโผล่ที่ลูฟบ้าง บริติชมิวเซียมบ้างก็แอบเศร้า ไม่นับพวกชิ้นที่ยังแย่งกันอยู่อย่างรูปปั้นเนเฟอร์ติตี้ที่อยู่ที่เบอร์ลิน หรือมัมมี่พระศพของฟาโรห์องค์สำคัญๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ตามประเทศต่างๆ ห้องที่น่าสนใจมากก็คือห้องของฟาโรห์ตุตันคามุน (Tutankhamun) ซึ่งมีของน่าสนใจหลายอย่าง ตั้งแต่โลงศพซึ่งคล้ายๆตุ๊กตารัสเซีย คือจะทำโลงเล็กใส่ในโลงใหญ่กว่าไปเรื่อยๆหลายๆชั้น หรือหน้ากากทองที่คงได้เห็นกันจนชินตา จบมิวเซียมไปเรียบร้อย เราก็คว้าแท็กซี่กลับโรงแรมไปนั่งอืดพุงดูรูปกัน ตกเย็นจึงออกไปตระเวณหาร้านอาหารคราวนี้เลือกร้านใกล้ๆ เนื่องจากเริ่มเอียนอาหารอิยิปต์ วันนี้เลยมาแนวอิตาเลียน (สมนาคุณโดยโลนลี่) คือร้าน L’Aubergineร้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์น พาสต้าที่สั่งมาก็อร่อยสุดใจทุกอันเลย ปลื้มกับอาหารเสร็จแล้วก็ออกไปสนามบิน จบการเดินทางในอิยิปต์ไปอย่างสุดแสนประทับใจ ใครสนใจบินต่อไปจอร์แดนไปชมเพทราเชิญติดตามได้ในกระทู้หน้านะคะ


ตอนที่ 1ตอนที่ 2ตอนที่ 3ตอนที่ 4ตอนที่ 5