China Spice Sheraton Guilin
มื้อสุดท้ายที่กุ้ยหลินนั้นเราพามาชิมกันที่ห้องอาหาร China Spice ในโรงแรม Four points by Sheraton ค่ะ
พาเที่ยวกุ้ยหลินและชิมอาหารกันมาหลายร้าน (ใครยังไม่ได้อ่าน ตามอ่านได้ที่บทความก่อนหน้านี้นะคะ) สำหรับมื้อสุดท้ายที่กุ้ยหลินนั้นเราพามาชิมกันที่ห้องอาหาร China Spice ในโรงแรม Four points by Sheraton ค่ะ
คุณเชฟของโรงแรมนี้มีประสบการณ์การทำงานมายี่สิบกว่าปีในห้องอาหารโรงแรมดังหลายที่และจะมาสาธิตเมนูหมูตงโพและซุปหัวปลาต้มให้รายการ “รอบจานรอบโลก” ได้ถ่ายทำ
เชฟเริ่มจากการอธิบายส่วนประกอบต่างๆ ของทั้งสองเมนู ซึ่งเพื่อรสชาติที่ลุ่มลึก แต่ละจานก็มีส่วนผสมเครื่องปรุงมากมายหลายอย่างทีเดียว หมูตงโพนั้นทำจากหมูป่าขนดำเนื้อแน่นที่คัดเลือกแต่ส่วนท้องที่มีไขมันเป็นชั้นๆ มาตุ๋นในน้ำซีอิ้วสูตรเข้มข้น ส่วนจานปลานั้นเชฟต้องนำปลาไปผัดให้สุกในกระทะก่อนแล้วจึงนำมาใส่หม้อดินรวมกับเครื่องปรุงอื่นๆ อีกที เมื่อนำส่วนผสมทั้งหมดใส่หม้อทั้งสองรายการแล้วทีนี้ก็ต้องรอคอยเวลากัน
มื้อนี้ได้ทานกันดึกมากเพราะหมูป่าดำนั้นเนื้อแข็ง ต้องต้มอยู่นานหลายชั่วโมง เชฟใช้เหล็กแท่งยาวจิ้มดูเรื่อยๆ เพื่อทดสอบความนุ่มและสังเกตจากสีว่าน้ำซอสซึมเข้าเนื้อมากน้อยเพียงไรแล้ว แม้จะต้องนั่งรอกันนานหลายชั่วโมงเพื่อเมนูหมูป่าตุ๋นโดยเฉพาะ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาอร่อยคุ้มค่าการรอคอย เพราะตุ๋นจนเนื้อนิ่ม รสชาติเข้มข้นซึมเข้าเนื้อ ชิมแล้วบอกเลยว่าเป็นเมนูหมูสามชั้นที่อร่อยอันดับต้นๆ เมื่อเทียบกับที่เคยชิมมา ส่วนหัวปลาก็ไม่น้อยหน้า จากการที่ตุ๋นในหม้อดินนานเป็นชั่วโมงเราก็จะได้ทานปลาที่เนื้อนิ่มและรสชาติซึมเข้าเนื้อได้เต็มที่
จานอื่นๆ ของที่นี่ก็ทำได้มาตรฐานสูงไม่เสียชื่อโรงแรมเชอราตัน ตั้งแต่ เมนูกุ้งกระจก ที่กรอบกรุบสดเด้งไม่ผิดหวัง กุ้งต้มก็สดหวาน จานซี่โครงหมูอบก็ทำรสชาติมาได้เข้มข้นถึงจะออกหวานจัดไปหน่อยก็ตาม เมนูหมูกรอบก็ทำมาได้กรอบถูกใจ ที่นี่ไม่มีข้าวสวยให้ แต่ยังดีที่มีข้าวผัด และถึงจะเห็นเต็มไปด้วยเมนูอ้วนๆ มันๆ แต่ก็ยังจัดเมนูผักมาให้ดูสมดุลมากขึ้น อย่างผัดผักคะน้า ผักกาดขาวเจี๋ยนน้ำมันหอย เต้าหู้ผัดเห็ดหอม เป็นต้น อีกเมนูที่ดูน่าจะแพงก็คือเป๋าฮื้อเจี๋ยน ที่หั่นเป็นแผ่นบางเฉียบให้ทานกับซอสเค็มนิดๆ เผ็ดหน่อยๆ คล้ายๆ กลิ่นวาซาบิ
อาหารที่นี่หลายๆ จานมีรสจัด อย่างจานปลาต้มพริกนั้นเป็นเมนูสไตล์เสฉวน เรียกว่าเผ็ดจนแสบลิ้นแสบคอ แม้แต่เมนูที่ดูคล้ายๆ ไก่แช่เหล้าก็ยังเป็นเมนูไก่แช่พริกแทน สีสันจัดจ้านตามรสชาติ ที่เผ็ดอีกจานก็คือยำแมงกะพรุน ที่นี่ก็ทำได้กรุบๆ ดี ส่วนหมูผัดหัวไช้เท้าดองที่ดูสีไม่แย่มากก็ยังเผ็ดพอควรเช่นกัน ปิดท้ายกันด้วยรายการที่ไม่แน่ใจว่าเป็นของคาวหรือของหวานคือเมนูซาลาเปาไส้หมูแดงทอด ไส้ข้างในนั้นเป็นไส้หมูแดงเค็มๆ หวานๆ ปกติ แต่แป้งด้านนอกนั้นเคลือบน้ำตาลมาจนเงาวับ หวานๆ เค็มๆ ทานคู่กันแล้วมักจะติดลมเลยทานไปคนเดียวเสียสามลูก จานนี้อร่อยถูกใจจริงๆ
โดยรวมแล้วชอบอาหารของที่นี่มาก รสชาติเข้มไม่เกรงใจใคร แถมจัดแต่งจานมาได้สวยงาม เป็นทั้งอาหารปากและอาหารตาไปในคราเดียวกัน
ที่ตั้ง: No.1 Xicheng South Road, Lingui District Guilin,Guangxi 541100 Website : China Spice Sheraton Guilin |
พาเที่ยวกุ้ยหลินและชิมอาหารกันมาหลายร้าน (ใครยังไม่ได้อ่าน ตามอ่านได้ที่บทความก่อนหน้านี้นะคะ) สำหรับมื้อสุดท้ายที่กุ้ยหลินนั้นเราพามาชิมกันที่ห้องอาหาร China Spice ในโรงแรม Four points by Sheraton ค่ะ
คุณเชฟของโรงแรมนี้มีประสบการณ์การทำงานมายี่สิบกว่าปีในห้องอาหารโรงแรมดังหลายที่และจะมาสาธิตเมนูหมูตงโพและซุปหัวปลาต้มให้รายการ “รอบจานรอบโลก” ได้ถ่ายทำ
เชฟเริ่มจากการอธิบายส่วนประกอบต่างๆ ของทั้งสองเมนู ซึ่งเพื่อรสชาติที่ลุ่มลึก แต่ละจานก็มีส่วนผสมเครื่องปรุงมากมายหลายอย่างทีเดียว หมูตงโพนั้นทำจากหมูป่าขนดำเนื้อแน่นที่คัดเลือกแต่ส่วนท้องที่มีไขมันเป็นชั้นๆ มาตุ๋นในน้ำซีอิ้วสูตรเข้มข้น ส่วนจานปลานั้นเชฟต้องนำปลาไปผัดให้สุกในกระทะก่อนแล้วจึงนำมาใส่หม้อดินรวมกับเครื่องปรุงอื่นๆ อีกที เมื่อนำส่วนผสมทั้งหมดใส่หม้อทั้งสองรายการแล้วทีนี้ก็ต้องรอคอยเวลากัน
มื้อนี้ได้ทานกันดึกมากเพราะหมูป่าดำนั้นเนื้อแข็ง ต้องต้มอยู่นานหลายชั่วโมง เชฟใช้เหล็กแท่งยาวจิ้มดูเรื่อยๆ เพื่อทดสอบความนุ่มและสังเกตจากสีว่าน้ำซอสซึมเข้าเนื้อมากน้อยเพียงไรแล้ว แม้จะต้องนั่งรอกันนานหลายชั่วโมงเพื่อเมนูหมูป่าตุ๋นโดยเฉพาะ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาอร่อยคุ้มค่าการรอคอย เพราะตุ๋นจนเนื้อนิ่ม รสชาติเข้มข้นซึมเข้าเนื้อ ชิมแล้วบอกเลยว่าเป็นเมนูหมูสามชั้นที่อร่อยอันดับต้นๆ เมื่อเทียบกับที่เคยชิมมา ส่วนหัวปลาก็ไม่น้อยหน้า จากการที่ตุ๋นในหม้อดินนานเป็นชั่วโมงเราก็จะได้ทานปลาที่เนื้อนิ่มและรสชาติซึมเข้าเนื้อได้เต็มที่
จานอื่นๆ ของที่นี่ก็ทำได้มาตรฐานสูงไม่เสียชื่อโรงแรมเชอราตัน ตั้งแต่ เมนูกุ้งกระจก ที่กรอบกรุบสดเด้งไม่ผิดหวัง กุ้งต้มก็สดหวาน จานซี่โครงหมูอบก็ทำรสชาติมาได้เข้มข้นถึงจะออกหวานจัดไปหน่อยก็ตาม เมนูหมูกรอบก็ทำมาได้กรอบถูกใจ ที่นี่ไม่มีข้าวสวยให้ แต่ยังดีที่มีข้าวผัด และถึงจะเห็นเต็มไปด้วยเมนูอ้วนๆ มันๆ แต่ก็ยังจัดเมนูผักมาให้ดูสมดุลมากขึ้น อย่างผัดผักคะน้า ผักกาดขาวเจี๋ยนน้ำมันหอย เต้าหู้ผัดเห็ดหอม เป็นต้น อีกเมนูที่ดูน่าจะแพงก็คือเป๋าฮื้อเจี๋ยน ที่หั่นเป็นแผ่นบางเฉียบให้ทานกับซอสเค็มนิดๆ เผ็ดหน่อยๆ คล้ายๆ กลิ่นวาซาบิ
อาหารที่นี่หลายๆ จานมีรสจัด อย่างจานปลาต้มพริกนั้นเป็นเมนูสไตล์เสฉวน เรียกว่าเผ็ดจนแสบลิ้นแสบคอ แม้แต่เมนูที่ดูคล้ายๆ ไก่แช่เหล้าก็ยังเป็นเมนูไก่แช่พริกแทน สีสันจัดจ้านตามรสชาติ ที่เผ็ดอีกจานก็คือยำแมงกะพรุน ที่นี่ก็ทำได้กรุบๆ ดี ส่วนหมูผัดหัวไช้เท้าดองที่ดูสีไม่แย่มากก็ยังเผ็ดพอควรเช่นกัน ปิดท้ายกันด้วยรายการที่ไม่แน่ใจว่าเป็นของคาวหรือของหวานคือเมนูซาลาเปาไส้หมูแดงทอด ไส้ข้างในนั้นเป็นไส้หมูแดงเค็มๆ หวานๆ ปกติ แต่แป้งด้านนอกนั้นเคลือบน้ำตาลมาจนเงาวับ หวานๆ เค็มๆ ทานคู่กันแล้วมักจะติดลมเลยทานไปคนเดียวเสียสามลูก จานนี้อร่อยถูกใจจริงๆ
โดยรวมแล้วชอบอาหารของที่นี่มาก รสชาติเข้มไม่เกรงใจใคร แถมจัดแต่งจานมาได้สวยงาม เป็นทั้งอาหารปากและอาหารตาไปในคราเดียวกัน
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
- 318 reads