Angelini : The Opera Night
| รสชาติ |
|
ที่ตั้ง : 89 Soi Wat Suan Plu, New Road, Bangrak, Bangkok 10500 โทรศัพท์ : (66 2) 236 7777 Ext.6290 Website : Angelini Menu : A La Carte | Set Menu |
|
| คุณภาพวัตถุดิบ | |
||
| สุขอนามัย |
| ||
| ความคุ้มค่าราคา | |
||
| สถานที่ |
|
Special Event : The Opera Night
เมื่อแขกเริ่มมาถึงและนั่งประจำที่โต๊ะ Welcome drink ก็ทยอยนำมาเสิร์ฟ ตามด้วยชุดขนมปังหลากชนิด จากนั้นไม่นานอาหารจานแรกของคอร์สก็นำมาเสิร์ฟ Amuse Bouche of potato foam with truffle เป็นขนมปังกรอบชิ้นกลมที่มาในโฟมมันฝรั่งรสชาติเยี่ยม เข้ากับน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลที่ส่งกลิ่นหอมช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดี เมื่อได้รับประทานอาหารรองท้องกันเป็นที่เรียบร้อย คณะนักร้องโอเปร่าก็ผลัดกันออกมาขับร้องบทเพลงยอดนิยมของนักดนตรีชื่อดังให้ฟัง มีทั้ง Mozart, Strauss, Verdi, Rossini, Donizetti และ Lehár พลังเสียงของนักร้องแต่ละท่านนั้นนับว่าไม่เบาเลยทีเดียว เสียงก้องกังวานไปทั่วทั้งบริเวณห้องอาหารทั้งชั้นบนและชั้นล่าง สะกดให้ทุกคนเคลิบเคลิ้มไปกับบทเพลง ช่วยสร้างบรรยากาศระหว่างรับประทานอาหารอิตาเลียนให้ถึงรสชาติมากขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ
หลังจบบทเพลงชุดแรก อาหารจานที่สองก็พร้อมเสิร์ฟ จานนี้เป็น Cream of onion with red snapper wrapped in spaghetti of potatoes เนื้อปลากระพงแดงถูกห่อด้วยเส้นมันฝรั่งในรูปของสปาเก็ตตี้ที่ทำได้สุกพอเหมาะพอดี ให้สัมผัสกรุบๆ ทานคู่กับครีมหอมหัวใหญ่หวานมัน สักพักคณะนักร้องก็ออกมาขับกล่อมบทเพลงจากภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากละครเวทีอันโด่งดังที่่ผ่านสายตาผู้ชมมาแล้วทั่วโลกอย่าง Les Misérables และ The Phantom of the Opera ให้ทุกท่านได้ฟัง เมื่อเพลงจบลงอาหารจานที่สามก็นำมาเสิร์ฟ Home-made pappardelle with asparagus, porcini mushroom and Parma ham เส้นพาสต้าปาปาเดเล่สดนำมาปรุงกับหน่อไม้ฝรั่ง เห็ดตับเต่าและพาร์มาแฮม จานนี้มีจุดเด่นที่พาสต้าเส้นแบนขนาดใหญ่ที่หาทานได้ไม่่บ่อยนัก แต่ตัวเส้นนั้นชุ่มไปหน่อย และรสชาตินั้นอ่อนไปนิด ตามมาด้วย Orange Sorbet ซอร์เบท์ส้มเย็นชื่นใจ ช่วยตัดรสอาหารที่รับประทานไปแล้ว ก่อนที่อาหารจานหลักจะนำมาเสิร์ฟต่อไป
อาหารจานหลักในวันนี้มีให้เลือกสองชนิด ได้แก่ Pan-fried sea bass in potato crust, cherry tomato, porcini mushroom and ginger sauce ปลากระพงขาวทอดกับมันฝรั่งกรอบ มาพร้อมมะเขือเทศเชอรี่ เห็ดตับเต่าและซอสขิง ซึ่งในส่วนของเนื้อปลานั้นความสุกยังขาดไปนิด และรสชาติยังซอสค่อนข้างอ่อน อีกจานหนึ่งเป็น Roast duck breast with leek cream, pavé of potatoes and red port sauce อกเป็ดอบในครีมต้นกระเทียม เนื้อเป็ดออกเหนียวไปสักหน่อย แต่โดยรวมทำมาได้อร่อยพอดี เสิร์ฟมากับมันฝรั่งและซอสพอร์ตไวน์ ที่ช่วยตัดรสของเนื้อเป็ดให้อร่อยยิ่งขึ้น ในระหว่างรับประทานอาหารจานหลักนี้ทางคณะโอเปร่าก็ได้ขับร้องบทเพลงอีกหลายเพลงอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Oklahoma, Cats และปิดท้ายด้วยเพลงสนุกๆ ที่เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ฟังอย่าง Fiddler on the Roof
ปิดท้ายมื้ออาหารอย่างอิ่มเอมด้วยของหวาน Pistachio crème brûlée served with vanilla ice cream เครม บรูเล่ พิสตาชิโอ รสชาติแปลกไม่เหมือนใคร เนื้อครีมเนียนเข้มข้นกำลังดี หอมกลิ่นพิสตาชิโอ ทานคู่กับไอศกรีมวานิลลาเย็นชื่นใจ นอกจากนี้ยังมีชาชั้นดีและกาแฟรสนุ่มไว้ให้เลือกดื่มหลังมื้ออาหารอีกด้วย นับว่าเป็นมื้อค่ำที่น่าประทับใจอีกครั้งหนึ่งที่แอนเจลินี (Angelini) ที่เราภูมิใจแนะนำให้ท่านผู้รักอาหารอิตาเลียนและผู้ที่ชื่นชอบการฟังบทเพลงโอเปร่าทั้งหลายมาลองสัมผัสประสบการณ์นี้ด้วยตนเอง
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
เชฟ Omar Ugoletti มีประสบการณ์ในการทำงานในโรงแรมชื่อดัง และร้านอาหารระดับมิชลินหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ร้าน Uliassi และ ร้าน La Madonnina del Pescatore ซึ่งทั้ง 2 ร้านต่างเป็นร้านอาหารมิชลินระดับ 2 ดาว หลังจากนั้นใช้เวลากว่า 6 ปีทำงานที่ Il Saraghino ซึ่งเป็นร้านอาหารมิชลินระดับ 1 ดาว โดยร้านนี้เป็นสาขาของ Jeunes restaurateurs d'Europe และในฮ่องกง โดยทำงานร่วมกับเชฟ Umberto Bombann 8 ที่ร้านอาหาร Mezzo Bombana ซึ่งเป็นร้านอาหารมิชลินระดับ 3 ดาว เชฟ Ugoletti ถนัดและสามารถปรุงอาหารจานปลาได้ดีมาก ก่อนที่จะย้ายประจำที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เชฟ Ugoletti ทำงานเป็นหัวหน้าพ่อครัวที่ร้านอาหารCépe ในโรงแรมริทซ์-คาร์ลตัน ปักกิ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านอาหารระดับสูงที่สุดของกรุงปักกิ่งให้บริการอาหารอิตาเลียนชั้นเลิศ
พวกเราเริ่มกันด้วยขนมปังชิ้นใหญ่ มีทั้งแป้งหนานุ่มและบางกรอบ เข้ากันได้ดีกับ Red Wine Vinegarและ Extra Virgin Olive Oil ที่เสิร์ฟมาด้วย ถัดมาเป็น Chicken Liver Pâté เนื้อเนียน เสิร์ฟในแก้ว Shot ขนาดพอดีคำ ตามต่อมาที่เมนูที่ยังคงความอร่อยไม่เปลี่ยนแปลง Crema di zucca al tartufo (Roasted pumpkin cream with white truffle - 240 บาท) ซุปฟักทอง ที่ได้กลิ่นหอมของ Truffle นำมาแต่ไกล ด้านบนเป็นครีมสีขาวที่ทำมาจาก White Truffle กลิ่นหอมฟุ้ง ไม่น่าเชื่อว่าซุปที่ดูหน้าตาธรรมดาจะมีรสชาติอร่อยขนาดนี้ จานถัดมาถือได้ว่าค่อนข้างแปลกตา เมื่อเทียบ Traditional Italian นั่นคือ Giardino di aragosta con gelatina al pomodoro (Garden of lobster with white tomato, citrus jelly and organic vegetables - 720 บาท) สีสันน่ารักน่าอร่อย กุ้งลอบสเตอร์เนื้อหวานสด เสิร์ฟมาพร้อมกับผักสดกรอบตัดกับรสเปรี้ยวของซอสที่มาในรูปแบบเยลลี่ ให้รสชาติกลมกล่อมทานแล้วรู้สึกเบาๆ
มาต่อกันที่จานหลัก Terrina di foie gras e mela, marmellata di cipolle pan ciabatta e coulis frutti di bosco (Terrine of foie gras and apple with caramelized onion, ciabatta and balsamic berry reduction - 580 บาท) ฟัวส์กราส์ในแอปเปิลที่มีแผ่นน้ำตาลกรอบๆ ลนไฟวางทับมาด้วย ทานแล้วให้รสชาติที่เข้ากันอย่างคาดไม่ถึง มาพร้อมลูกเบอร์รี่สดรสเปรี้ยวช่วยตัดเลี่ยน จานถัดมาเป็น Risotto ที่วันนี้มาเป็นเมนู Risotto ai porcini e tartufo nero invernale (Porcini mushroom risotto with black truffle paste and Parmesan cheese - 780 บาท) รสชาตินุ่มนวล หอมกลิ่นเห็ด Truffle ตักทานเพียงไม่กี่คำก็หมดลงอย่างรวดเร็ว และอีกเมนูที่แปลกใหม่ nocchi di zucca con bottarga e frutto della passione (Pumpkin gnocchi with bottarga, passion fruit and crispy celery - 520 บาท) gnocchi ฟักทองที่ปรุงโดยเน้นรสเปรี้ยวอ่อนๆ จากเสาวรส ทำให้จานนี้ไม่เลี่ยนจนเกินไป รสชาติอาจจะแปลกใหม่สักหน่อย นับเป็นเมนูที่เชฟแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ในการผสมผสานรสชาติแบบใหม่ๆ ออกมา
และแล้วก็มาถึงพระเอกของงาน ตามที่เคยได้ยินมาว่าเชฟ Ugoletti ปรุงอาหารจานปลาได้ดีมาก แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ กับ Baccala arrostito, melanzana affumicata, pinaci e salsa nera alla cipolla ( Roasted Atlantic cod fish with smoked aubergine, spinach and black onion sauce -1,160 บาท) เมนูปลาคอดย่าง เนื้อปลาสดๆ ย่าง หวาน หนังกรอบ ทานคู่กับชุดผักรมควัน อร่อยจนต้องยกน้ิ้วให้ และปิดท้ายอาหารจานหลักด้วยศิลปะการทำอาหารที่น่าตื่นตาตื่นใจกับ Guancia brasata, polenta e tuberi ( Beef cheek slow braised in Barolo wine served with polenta and tubers -720 บาท) แก้มวัวชิ้นใหญ่จัดวางในสวนผัก ที่เชฟ Ugoletti บรรจงจัดแต่งจานนี้อย่างสวยงาม โดยจัดออกมาให้มีลักษณะเหมือนเป็นสวนที่มีพืชผักต่างๆที่น่าทานอยู่บนผืนดิน สำหรับรสชาติ แน่นอนว่ายอดเยี่ยม เนื้อตุ๋นออกมาได้นุ่มและหอมเครื่องเทศต่างๆที่ใช้หมัก ซอสรสชาติเข้มข้นกำลังดี ผักต่างๆบนจานนั้นนุ่มและเข้ากับเนื้อได้อย่างดี
ปิดท้ายด้วยของหวานสบายๆ อย่าง Tarte Tatin di mela con gelato allo yogurt (Apple Tarte Tatin with yogurt ice-cream - 240 บาท) แอปเปิล ทาร์ตที่ยังคงตกแต่งได้น่าประทับใจเหมือนเคย ความหวานของทาร์ตตัดกับไอศกรีมโยเกิร์ตสดเปรี้ยวกำลังดีที่เชฟ Ugoletti ปรุงเอง อร่อยจนอยากจะขอไอศกรีมมาทานเพิ่ม ยกให้เป็นอีกเมนูหนึ่งที่น่าลอง
นับเป็นอีกหนึ่งมื้อที่แสนประทับใจ และจัดเป็นอีกหนึ่งร้านที่อยู่ใน List ของร้านอาหารอิตาเลียนฟิวชั่น สำหรับใครที่ชอบอาหารอิตาเลียนบวกกับศิลปะการปรุงอาหารที่ละเมียดละไม ขอแนะนำให้แวะมาลองที่นี่สักครั้งค่ะ
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
![]() |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|




























































