The Dining Room, The Berkeley Hotel
วันนี้ขอแนะนำ The Berkeley Hotel Pratunam ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนชอบทานบุฟเฟต์อาหารทะเล ให้คุณอิ่มได้ไม่อั้นในราคา 1,800B net
เดี๋ยวนี้มีบุฟเฟต์มากมายหลากหลายให้เลือกสรรจนนักชิมอย่างเราๆเลือกกันไม่หวัดไม่ไหว วันนี้ขอแนะนำ The Berkeley Hotel Pratunam ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนชอบทานบุฟเฟต์อาหารทะเลค่ะ เพราะทางโรงแรมจัดหนักจัดเต็มให้ได้อิ่มกันสุดคุ้มกับ Charcoal Grill Seafood Buffet บุฟเฟต์ปิ้งย่างสุดอลังการที่ขนปูยักษ์จากชิลี หอยนางรม หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้งแม่น้ำ กั้งปลาหมึก หอยหวาน มาให้คุณเลือกทานได้ตามชอบใจไม่ว่าจะทานดิบๆ จาก Raw Bar หรือจะเลือกแบบที่ให้เชฟย่างให้บนเตาถ่านให้ได้กลิ่นหอมๆ ชวนน้ำลายสอ อีกทั้งยังมีอาหารนานาชาติอีกมากมายให้คุณอิ่มได้ไม่อั้นในราคา 1,800B net
สำหรับบุฟเฟต์ซีฟู้ดของที่นี่จะจัดทุกค่ำคืนวันศุกร์และวันเสาร์ เวลา 18.00-22.30น ที่ The Berkeley Dining Room ชั้น 10 บรรยากาศของห้องอาหารโปร่งโล่งสบาย พื้นที่กว้างดูโอ่โถง เมื่อมาถึงคุณสามารถแวะไปที่บาร์เลือกสั่งไวน์หรือค็อกเทลมานั่งจิบได้เลยฟรีหนึ่งแก้ว จากนั้นก็ถึงเวลาเอร็ดอร่อยไปกับอาหารทะเลที่เรารอคอย เราเริ่มกันที่ Raw Bar ปูยักษ์จากชิลีของที่นี่สดจริงอร่อยจริง เนื้อหวานเจี๊ยบ ทานกับมะนาวหรือน้ำจิ้มซีฟู้ดจะได้อารมณ์มาก ใครชอบหอยก็หยิบกันตามสะดวก จากนั้นก็แวะไปสั่งแนวปิ้งย่างซึ่งจะจัดตัวเตาถ่านไว้ที่ด้านนอกที่เป็น open air ไม่ต้องกลัวหัวเหม็นควัน อันนี้ชอบกั้งและกุ้งแม่น้ำเป็นพิเศษเพราะทำมาได้สุกกำลังพอดีไม่แห้งจนเกินไป ข้าวโพดปิ้งก็หวานอร่อย แวะต่อกันที่มุมอาหารญี่ปุ่นที่มีซูชิซาชิมิและโรลหลายแบบ คำถามในใจหลายๆคนคงเป็นเรื่องคุณภาพของแซลมอน ซึ่งของที่นี่สดใช้ได้ทานกันเพลินเลยทีเดียว ใครอยากได้ยำสาหร่ายหรือโซบะเย็นไปทานเคียงก็มีให้หยิบค่ะ หรือถ้าชอบอาหารญี่ปุ่นจานร้อนก็มีเทมปุระและไข่หวานในฝั่งโซนอาหารร้อนให้ทานกัน
ในส่วนของสลัดบาร์ก็มี Salad bowl ให้คลุกเคล้า Caesar Salad ของคุณให้เข้ากัน ชอบทาน dressing แบบอื่นก็มีน้ำสลัดอีกห้าหกชนิดจัดไว้ให้คุณลองหรืออยากจะชิมสลัดถ้วยเล็กๆ กับหอยแมลงภู่ ก็จะมีจัดไว้ให้ สำหรับสาวกแซลมอนก็คงไม่พลาดที่จะลิ้มลองสลัดคู่กับ Smoked Salmon ที่นี่มี Sour Cream และเครื่องเคียงหลายแบบให้เลือกทานคู่กับแซลมอนรมควัน ปกติส่วนตัวแล้วชอบนำมาทานกับขนมปังและชีส ซึ่งชีสที่นี่มีทั้งแบบ firm และ soft มีผลไม้แห้งและถั่วหลายชนิดทั้งพิสตาชิโอ พีแคน แมคคาดีเมียให้ทานคู่กัน รวมไปถึงมี Cold cuts ที่มีเนื้อรมควันและแฮมหลายชนิด ส่วนขนมปังก็มีหลายแบบรวมไปถึง Taro bread ที่ใส่เผือกจนได้เป็นสีม่วงสวยงาม ทานสลัดทานขนมปังแล้วก็ต้องต่อด้วยซุป ที่นี่ซุปข้นกุ้งก็ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์เพราะนอกจากจะมีเนื้อกุ้งอยู่ในซุปเพียบก็ยังมีลูกเล่นพิเศษคือตัวแป้งเพสตรี้กรอบๆฟูๆที่ครอบมาบนซุปข้นกุ้ง ทานแล้วเข้ากันสุดๆ อีกอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้คงเป็นจานเนื้อ สำหรับ ไก่ หมู แซลมอน เนื้อวัว แกะ หรือ ไส้กรอก นั้นก็สามารถสั่งให้นำไปย่างให้ได้ และมีขาแกะอบที่เชฟยืนคอยแล่ให้ตามสั่ง แกะอบยังสุกน้อยไปนิดและเหนียวไปหน่อยเลยยังไม่ฟินเท่าที่ควร แต่ชอบที่ตัวน้ำเกรวี่มีเตาอุ่นทำให้ได้ทานแกะกับเกรวี่ที่ยังร้อนๆ ไม่เย็นชืด ถัดจากสเตชั่นแกะก็เป็นอาหารอินเดียก็จะมีสเตชันที่คอยแล่เนื้อให้สดๆ กับ มุมขนมปังนานแบบอินเดียให้ทานคู่กับแกงกะหรี่หอมมัน ส่วนฝั่งอาหารไทยก็มีเมนูรสจัดจ้านเพียบ ทั้งอาหารเรียกน้ำย่อยที่เป็นของทอดต่างๆ จัดอยู่ในถ้วยเล็กๆ น่ารักทานสะดวก ทั้งแนวยำต่างๆ หรือจะเป็นแนวสำหรับคนรักสุขภาพอย่างผัดผักรวมมิตรและปลากะพงนึ่งมะนาว ส่วนใครชอบอาหารฝรั่งก็มีพาสต้าที่จัดใส่จานเล็กไว้ให้เลือกทานกันจนจุใจ
ปิดท้ายด้วยของหวานที่มีผลไม้สดให้ทานกับสตรอเบอร์รี่ฟองดู มีไอศกรีม ete มีขนมไทย เค้ก บราวนี่ และทาร์ต รวมไปถึงมูสในแก้วสีสดสวย ที่ถูกใจในความกล้าคือเค้กทุเรียนที่คนทานเองก็ต้องอาศัยความกล้าพอสมควรในการชิม แต่พอชิมแล้วปรากฏว่าหอมอ่อนๆ เนื้อนวลๆ ทานง่ายกว่าที่คิด อีกตัวชูโรงของฝั่งขนมหวานก็คือสเตชั่นแพนเค้กที่มีเชฟมาทำให้สดๆใหม่ๆ และมีเครื่องเคียงเพียบทั้งซอสทั้งผลไม้และถั่วต่างๆ
โดยรวมแล้วถูกใจปูยักษ์เป็นที่สุด รองลงมาก็เห็นจะเป็นความหลากหลายของอาหารที่จัดมาได้หลายรูปแบบหลายสัญชาติ ขนมหวานก็มีฟองดูสตรอเบอร์รี่ที่แปลกแตกต่างจากฟองดูช็อกโกแลตของที่อื่นๆ และที่สะดวกสบายมากๆ ก็คือวิธีการจัดเรียงที่มีการแบ่งเป็นจานเล็กๆ ไว้ให้อยู่แล้ว ทั้งอาหารจานร้อนและเย็น ทำให้หยิบง่ายทานง่าย ไม่เลอะเทอะ ไม่เสียเวลา และพิเศษสุดคือหากมาสี่ท่าน รับฟรี Canadian Lobster มูลค่า 1,800 บาท ปรุงได้หลายแบบ อันนี้ถือว่าคุ้มมาก ควรจะรวมพลให้ได้สักสี่คนมาทานด้วยกันค่ะ
Rating | 7.3 | ที่ตั้ง: Ratchaprarop Rd, Makkasan, Ratchathewi, Bangkok 10400 Website : The Dining Room, The Berkeley Hotel |
รสชาติ | ![]() |
|
บริการ | ![]() |
|
ราคา | $$$ | |
บรรยากาศ | Luxurious, Relaxing, Family-friendly |
เดี๋ยวนี้มีบุฟเฟต์มากมายหลากหลายให้เลือกสรรจนนักชิมอย่างเราๆเลือกกันไม่หวัดไม่ไหว วันนี้ขอแนะนำ The Berkeley Hotel Pratunam ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนชอบทานบุฟเฟต์อาหารทะเลค่ะ เพราะทางโรงแรมจัดหนักจัดเต็มให้ได้อิ่มกันสุดคุ้มกับ Charcoal Grill Seafood Buffet บุฟเฟต์ปิ้งย่างสุดอลังการที่ขนปูยักษ์จากชิลี หอยนางรม หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้งแม่น้ำ กั้งปลาหมึก หอยหวาน มาให้คุณเลือกทานได้ตามชอบใจไม่ว่าจะทานดิบๆ จาก Raw Bar หรือจะเลือกแบบที่ให้เชฟย่างให้บนเตาถ่านให้ได้กลิ่นหอมๆ ชวนน้ำลายสอ อีกทั้งยังมีอาหารนานาชาติอีกมากมายให้คุณอิ่มได้ไม่อั้นในราคา 1,800B net
สำหรับบุฟเฟต์ซีฟู้ดของที่นี่จะจัดทุกค่ำคืนวันศุกร์และวันเสาร์ เวลา 18.00-22.30น ที่ The Berkeley Dining Room ชั้น 10 บรรยากาศของห้องอาหารโปร่งโล่งสบาย พื้นที่กว้างดูโอ่โถง เมื่อมาถึงคุณสามารถแวะไปที่บาร์เลือกสั่งไวน์หรือค็อกเทลมานั่งจิบได้เลยฟรีหนึ่งแก้ว จากนั้นก็ถึงเวลาเอร็ดอร่อยไปกับอาหารทะเลที่เรารอคอย เราเริ่มกันที่ Raw Bar ปูยักษ์จากชิลีของที่นี่สดจริงอร่อยจริง เนื้อหวานเจี๊ยบ ทานกับมะนาวหรือน้ำจิ้มซีฟู้ดจะได้อารมณ์มาก ใครชอบหอยก็หยิบกันตามสะดวก จากนั้นก็แวะไปสั่งแนวปิ้งย่างซึ่งจะจัดตัวเตาถ่านไว้ที่ด้านนอกที่เป็น open air ไม่ต้องกลัวหัวเหม็นควัน อันนี้ชอบกั้งและกุ้งแม่น้ำเป็นพิเศษเพราะทำมาได้สุกกำลังพอดีไม่แห้งจนเกินไป ข้าวโพดปิ้งก็หวานอร่อย แวะต่อกันที่มุมอาหารญี่ปุ่นที่มีซูชิซาชิมิและโรลหลายแบบ คำถามในใจหลายๆคนคงเป็นเรื่องคุณภาพของแซลมอน ซึ่งของที่นี่สดใช้ได้ทานกันเพลินเลยทีเดียว ใครอยากได้ยำสาหร่ายหรือโซบะเย็นไปทานเคียงก็มีให้หยิบค่ะ หรือถ้าชอบอาหารญี่ปุ่นจานร้อนก็มีเทมปุระและไข่หวานในฝั่งโซนอาหารร้อนให้ทานกัน
ในส่วนของสลัดบาร์ก็มี Salad bowl ให้คลุกเคล้า Caesar Salad ของคุณให้เข้ากัน ชอบทาน dressing แบบอื่นก็มีน้ำสลัดอีกห้าหกชนิดจัดไว้ให้คุณลองหรืออยากจะชิมสลัดถ้วยเล็กๆ กับหอยแมลงภู่ ก็จะมีจัดไว้ให้ สำหรับสาวกแซลมอนก็คงไม่พลาดที่จะลิ้มลองสลัดคู่กับ Smoked Salmon ที่นี่มี Sour Cream และเครื่องเคียงหลายแบบให้เลือกทานคู่กับแซลมอนรมควัน ปกติส่วนตัวแล้วชอบนำมาทานกับขนมปังและชีส ซึ่งชีสที่นี่มีทั้งแบบ firm และ soft มีผลไม้แห้งและถั่วหลายชนิดทั้งพิสตาชิโอ พีแคน แมคคาดีเมียให้ทานคู่กัน รวมไปถึงมี Cold cuts ที่มีเนื้อรมควันและแฮมหลายชนิด ส่วนขนมปังก็มีหลายแบบรวมไปถึง Taro bread ที่ใส่เผือกจนได้เป็นสีม่วงสวยงาม ทานสลัดทานขนมปังแล้วก็ต้องต่อด้วยซุป ที่นี่ซุปข้นกุ้งก็ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์เพราะนอกจากจะมีเนื้อกุ้งอยู่ในซุปเพียบก็ยังมีลูกเล่นพิเศษคือตัวแป้งเพสตรี้กรอบๆฟูๆที่ครอบมาบนซุปข้นกุ้ง ทานแล้วเข้ากันสุดๆ อีกอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้คงเป็นจานเนื้อ สำหรับ ไก่ หมู แซลมอน เนื้อวัว แกะ หรือ ไส้กรอก นั้นก็สามารถสั่งให้นำไปย่างให้ได้ และมีขาแกะอบที่เชฟยืนคอยแล่ให้ตามสั่ง แกะอบยังสุกน้อยไปนิดและเหนียวไปหน่อยเลยยังไม่ฟินเท่าที่ควร แต่ชอบที่ตัวน้ำเกรวี่มีเตาอุ่นทำให้ได้ทานแกะกับเกรวี่ที่ยังร้อนๆ ไม่เย็นชืด ถัดจากสเตชั่นแกะก็เป็นอาหารอินเดียก็จะมีสเตชันที่คอยแล่เนื้อให้สดๆ กับ มุมขนมปังนานแบบอินเดียให้ทานคู่กับแกงกะหรี่หอมมัน ส่วนฝั่งอาหารไทยก็มีเมนูรสจัดจ้านเพียบ ทั้งอาหารเรียกน้ำย่อยที่เป็นของทอดต่างๆ จัดอยู่ในถ้วยเล็กๆ น่ารักทานสะดวก ทั้งแนวยำต่างๆ หรือจะเป็นแนวสำหรับคนรักสุขภาพอย่างผัดผักรวมมิตรและปลากะพงนึ่งมะนาว ส่วนใครชอบอาหารฝรั่งก็มีพาสต้าที่จัดใส่จานเล็กไว้ให้เลือกทานกันจนจุใจ
ปิดท้ายด้วยของหวานที่มีผลไม้สดให้ทานกับสตรอเบอร์รี่ฟองดู มีไอศกรีม ete มีขนมไทย เค้ก บราวนี่ และทาร์ต รวมไปถึงมูสในแก้วสีสดสวย ที่ถูกใจในความกล้าคือเค้กทุเรียนที่คนทานเองก็ต้องอาศัยความกล้าพอสมควรในการชิม แต่พอชิมแล้วปรากฏว่าหอมอ่อนๆ เนื้อนวลๆ ทานง่ายกว่าที่คิด อีกตัวชูโรงของฝั่งขนมหวานก็คือสเตชั่นแพนเค้กที่มีเชฟมาทำให้สดๆใหม่ๆ และมีเครื่องเคียงเพียบทั้งซอสทั้งผลไม้และถั่วต่างๆ
โดยรวมแล้วถูกใจปูยักษ์เป็นที่สุด รองลงมาก็เห็นจะเป็นความหลากหลายของอาหารที่จัดมาได้หลายรูปแบบหลายสัญชาติ ขนมหวานก็มีฟองดูสตรอเบอร์รี่ที่แปลกแตกต่างจากฟองดูช็อกโกแลตของที่อื่นๆ และที่สะดวกสบายมากๆ ก็คือวิธีการจัดเรียงที่มีการแบ่งเป็นจานเล็กๆ ไว้ให้อยู่แล้ว ทั้งอาหารจานร้อนและเย็น ทำให้หยิบง่ายทานง่าย ไม่เลอะเทอะ ไม่เสียเวลา และพิเศษสุดคือหากมาสี่ท่าน รับฟรี Canadian Lobster มูลค่า 1,800 บาท ปรุงได้หลายแบบ อันนี้ถือว่าคุ้มมาก ควรจะรวมพลให้ได้สักสี่คนมาทานด้วยกันค่ะ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
- 234 reads