Fuzio : Stylish Italian Cuisine
สำหรับรีวิวในครั้งนี้จะขอพาทุกท่านมารับประทานอาหารอิตาเลียนแบบ Fine Dining ณ ร้าน Fuzio ที่ตั้งอยู่บนดาดฟ้าของโชว์รูมรถ Mini Coopers เอกมัย
ภายในร้านมีการตกแต่งอย่างสวยงาม แบ่งออกเป็นสัดส่วน ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว ในส่วนของ indoor นั้นมีห้องจัดเลี้ยงไว้บริการด้วย ส่วนใครที่ชอบรับลมเย็นพร้อมชมวิวเมืองสวยๆ ในยามค่ำคืน ก็สามารถเลือกนั่งบริเวณ outdoor ได้ หลังจากชมบรรยากาศในร้านกันสักพักเครื่องดื่มก็ทยอยเสิร์ฟ เริ่มจาก Vanilla Vojito (250 บาท) ที่ประกอบไปด้วย Vodka, Monin Vanilla Syrub ซึ่งกลิ่นของวานิลลา ทำให้เมนูนี้หอมและดื่มได้เรื่อยๆรายการถัดมาเป็น Fresh Mint Red Rum (250 บาท) ที่มีส่วนผสมของ Vodka, Red Wine, Blood Orange, Pink Grapefruit ตามต่อมาด้วย Cranberry Refresher (250 บาท) ผสมกับ Vodka และ Cranberry จิบแล้วชุ่มคอ ชื่นใจ และ Pimms Sour Fizz (250 บาท) ที่มี Pimms, Pancherry Gin, Blood Orange, Lime Juice
และแล้วก็มาถึงเวลาของจานหลักกันบ้าง เชฟอธิบายว่าวัตถุดิบส่วนใหญ่ของที่นี่นั้นนำเข้ามาจากต่างประเทศ เลือกวัตถุดิบชั้นดีเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ในคุณภาพ เริ่มด้วยรายการแรกเป็น Pan Seared Foie Gras Berry (850 บาท) ที่ให้ฟัวกราส์ชิ้นใหญ่ย่างมาได้หอมและสุกกำลังดี ตัดรสชาติให้กลมกล่อมด้วย Berry หลากชนิด ตามต่อกันมาด้วย Spaghetti with Mud Crab (620 บาท) สปาเก็ตตีที่นี่ทำให้สุกแบบ Al Dente ตามแบบฉบับเฉพาะตัวของอิตาเลียนแท้ๆ ตัวเส้นจะหนุบหนับ เนื้อในแน่นๆ ทานเข้ากันกับ Mud Crab ที่ให้มาทั้งตัว แกะเนื้อให้ทานกันสะดวก เนื้อสดหวาน มีรสเผ็ดนิดๆ รสชาติเยี่ยม จานถัดมาเป็นพิซซาลูกผสม Half Parma - Half Diavola (330 บาท) ที่ทำออกมาร้อนๆ กับพิซซาแป้งบาง ครึ่งหนึ่งเป็นหน้า Parma Ham คุณภาพเยี่ยม และผัก Rocket ทานคู่กันอร่อยมากๆ ส่วนอีกหน้าเป็น Pepperoni อย่างดีที่มีรสเผ็ดนิดๆ ช่วยชูรสชาติ หยิบกันคนละชิ้นสองชิ้นก็หมดถาดอย่างรวดเร็ว
จานต่อมาเริ่มเป็นของหนักๆ อย่าง Rib Eye Grain Fed 150 Days (900 บาท) ที่เสิร์ฟมาเป็นเนื้อชิ้นใหญ่จัดเต็ม มีไขมันแทรกอยู่น้อยมากแต่เนื้อยังมีความนุ่ม เนื้อย่างมาได้สุกกำลังดี ด้านในยังเป็นสีชมพูแต่ไม่ถึงกับชุ่ม ทานคู่กับซอส หรือจะทานคู่กับ เกลือทะเลสีชมพู (Pink Salt) ที่ทางร้านจัดมาให้ยิ่งได้รสชาติแบบสุดๆ จากนั้นก็ได้เวลาของอาหารจานเนื้อแกะกันบ้าง เริ่มจาก Australian Rack of Lamb (750 บาท) Grain fed, Oyster Mushroom Sauce, Whole Grain Mustard เนื้อแกะอย่างดีไม่มีกลิ่น ทำออกมาได้นุ่ม ไม่ว่าจะทานกับ Mustard หรือ Mint Sauce ก็เข้ากันได้ดี มันฝรั่งบด และผักย่างที่เสิร์ฟมาคู่กันก็ช่วยเสริมรสชาติได้อย่างดี ต่อด้วย Buttarra Rack of Lamb (1,100 บาท) เนื้อแกะตามแบบมาตรฐาน *MSA (Meat Standard of Australia) เสิร์ฟคู่กับ Risotto จานนี้เนื้อแกะจะมีความเค็มอ่อนๆ เป็นธรรมชาติอยู่ในเนื้อโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม หมักและย่างมาได้พอดี ส่วนตัวข้าว Risotto ด้านในจะแข็งนิดๆ
ทานจานหลักไปอย่างอิ่มหนำแล้ว ก็มาต่อกันที่ของหวานกันบ้าง ทางร้านนำเสนอชุด Trio Dessert Plateau(570 บาท) ที่ประกอบไปด้วย Panna Cotta รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่มีส่วนผสมนำเข้าจากอิตาลีแท้ๆ เนื้อนุ่ม ทานกับซอสและบลูเบอร์รี่ก็อร่อยไปอีกแบบ ถัดมาเป็น Tiramisu ที่เชฟบอกว่าเป็นสูตรปราศจากแอลกอฮอล์ เนื้อเนียนนุ่ม ตัดเป็นชิ้นกำลังดี ทานไม่กี่คำก็หมดอย่างรวดเร็ว และ Molten Chocolate Cake นุ่มๆ ที่ผ่าแล้วช็อกโกแลตซอสอุ่นๆ ไหลออกมา ทานแล้วเข้ากันได้ดีกับไอศกรีมวานิลาที่นำเข้าจากอิตาลี
ปิดท้ายมื้อใหญ่นี้ด้วยชาร้อน Peppermint (100 บาท) เป็นการช่วยย่อยหลังอาหาร นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับ Fine Dining ในบรรยากาศดีๆ ใจกลางเมือง ที่น่าจะถูกใจคนรักอาหารอิตาเลียนอยู่ไม่น้อยทีเดียว
รสชาติ | ![]() |
ที่ตั้ง: 99/99 Ekkamai 7, Bangkok, Thailand 10110 โทรศัพท์: 02-711-6999, 082-450-8520 เวลาเปิดทำการ : Mon - Sun: 18:00 - 22:30 Website: Fuzio |
|
คุณภาพวัตถุดิบ | ![]() |
||
สุขอนามัย | ![]() | ||
ความคุ้มค่าราคา | ![]() |
||
สถานที่ | ![]() |
ภายในร้านมีการตกแต่งอย่างสวยงาม แบ่งออกเป็นสัดส่วน ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว ในส่วนของ indoor นั้นมีห้องจัดเลี้ยงไว้บริการด้วย ส่วนใครที่ชอบรับลมเย็นพร้อมชมวิวเมืองสวยๆ ในยามค่ำคืน ก็สามารถเลือกนั่งบริเวณ outdoor ได้ หลังจากชมบรรยากาศในร้านกันสักพักเครื่องดื่มก็ทยอยเสิร์ฟ เริ่มจาก Vanilla Vojito (250 บาท) ที่ประกอบไปด้วย Vodka, Monin Vanilla Syrub ซึ่งกลิ่นของวานิลลา ทำให้เมนูนี้หอมและดื่มได้เรื่อยๆรายการถัดมาเป็น Fresh Mint Red Rum (250 บาท) ที่มีส่วนผสมของ Vodka, Red Wine, Blood Orange, Pink Grapefruit ตามต่อมาด้วย Cranberry Refresher (250 บาท) ผสมกับ Vodka และ Cranberry จิบแล้วชุ่มคอ ชื่นใจ และ Pimms Sour Fizz (250 บาท) ที่มี Pimms, Pancherry Gin, Blood Orange, Lime Juice
และแล้วก็มาถึงเวลาของจานหลักกันบ้าง เชฟอธิบายว่าวัตถุดิบส่วนใหญ่ของที่นี่นั้นนำเข้ามาจากต่างประเทศ เลือกวัตถุดิบชั้นดีเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ในคุณภาพ เริ่มด้วยรายการแรกเป็น Pan Seared Foie Gras Berry (850 บาท) ที่ให้ฟัวกราส์ชิ้นใหญ่ย่างมาได้หอมและสุกกำลังดี ตัดรสชาติให้กลมกล่อมด้วย Berry หลากชนิด ตามต่อกันมาด้วย Spaghetti with Mud Crab (620 บาท) สปาเก็ตตีที่นี่ทำให้สุกแบบ Al Dente ตามแบบฉบับเฉพาะตัวของอิตาเลียนแท้ๆ ตัวเส้นจะหนุบหนับ เนื้อในแน่นๆ ทานเข้ากันกับ Mud Crab ที่ให้มาทั้งตัว แกะเนื้อให้ทานกันสะดวก เนื้อสดหวาน มีรสเผ็ดนิดๆ รสชาติเยี่ยม จานถัดมาเป็นพิซซาลูกผสม Half Parma - Half Diavola (330 บาท) ที่ทำออกมาร้อนๆ กับพิซซาแป้งบาง ครึ่งหนึ่งเป็นหน้า Parma Ham คุณภาพเยี่ยม และผัก Rocket ทานคู่กันอร่อยมากๆ ส่วนอีกหน้าเป็น Pepperoni อย่างดีที่มีรสเผ็ดนิดๆ ช่วยชูรสชาติ หยิบกันคนละชิ้นสองชิ้นก็หมดถาดอย่างรวดเร็ว
จานต่อมาเริ่มเป็นของหนักๆ อย่าง Rib Eye Grain Fed 150 Days (900 บาท) ที่เสิร์ฟมาเป็นเนื้อชิ้นใหญ่จัดเต็ม มีไขมันแทรกอยู่น้อยมากแต่เนื้อยังมีความนุ่ม เนื้อย่างมาได้สุกกำลังดี ด้านในยังเป็นสีชมพูแต่ไม่ถึงกับชุ่ม ทานคู่กับซอส หรือจะทานคู่กับ เกลือทะเลสีชมพู (Pink Salt) ที่ทางร้านจัดมาให้ยิ่งได้รสชาติแบบสุดๆ จากนั้นก็ได้เวลาของอาหารจานเนื้อแกะกันบ้าง เริ่มจาก Australian Rack of Lamb (750 บาท) Grain fed, Oyster Mushroom Sauce, Whole Grain Mustard เนื้อแกะอย่างดีไม่มีกลิ่น ทำออกมาได้นุ่ม ไม่ว่าจะทานกับ Mustard หรือ Mint Sauce ก็เข้ากันได้ดี มันฝรั่งบด และผักย่างที่เสิร์ฟมาคู่กันก็ช่วยเสริมรสชาติได้อย่างดี ต่อด้วย Buttarra Rack of Lamb (1,100 บาท) เนื้อแกะตามแบบมาตรฐาน *MSA (Meat Standard of Australia) เสิร์ฟคู่กับ Risotto จานนี้เนื้อแกะจะมีความเค็มอ่อนๆ เป็นธรรมชาติอยู่ในเนื้อโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม หมักและย่างมาได้พอดี ส่วนตัวข้าว Risotto ด้านในจะแข็งนิดๆ
ทานจานหลักไปอย่างอิ่มหนำแล้ว ก็มาต่อกันที่ของหวานกันบ้าง ทางร้านนำเสนอชุด Trio Dessert Plateau(570 บาท) ที่ประกอบไปด้วย Panna Cotta รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่มีส่วนผสมนำเข้าจากอิตาลีแท้ๆ เนื้อนุ่ม ทานกับซอสและบลูเบอร์รี่ก็อร่อยไปอีกแบบ ถัดมาเป็น Tiramisu ที่เชฟบอกว่าเป็นสูตรปราศจากแอลกอฮอล์ เนื้อเนียนนุ่ม ตัดเป็นชิ้นกำลังดี ทานไม่กี่คำก็หมดอย่างรวดเร็ว และ Molten Chocolate Cake นุ่มๆ ที่ผ่าแล้วช็อกโกแลตซอสอุ่นๆ ไหลออกมา ทานแล้วเข้ากันได้ดีกับไอศกรีมวานิลาที่นำเข้าจากอิตาลี
ปิดท้ายมื้อใหญ่นี้ด้วยชาร้อน Peppermint (100 บาท) เป็นการช่วยย่อยหลังอาหาร นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับ Fine Dining ในบรรยากาศดีๆ ใจกลางเมือง ที่น่าจะถูกใจคนรักอาหารอิตาเลียนอยู่ไม่น้อยทีเดียว
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
- 2523 reads