Lulla Lanta : เกาะลันตา กระบี่
ต้องขอขอบคุณเทศกาลลดแลกแจกแถมแพคเกจทัวร์และที่พักที่จัดขึ้นทุกๆ ปีที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ที่ทำให้เราได้ที่พักอย่างหรูในราคาที่พอรับได้ กำหนดการทัวร์ครั้งนี้ของเราคือเที่ยวเกาะลันตาระหว่างวันที่ 21-23 ตุลาคม 2552 พักที่ชฎาบีชรีสอร์ท
แม้การกระจายรายได้ของสมาชิกร่วมทัวร์จะไม่เท่ากันและแตกต่างกันยังกะฟ้ากะเหว เอาเถอะหน่า จะไปเที่ยวทั้งทีมันต้องลงทุน หลังจากสภาพคล่องไหลออกจากกระเป๋าไปสู่พนักงานขายเราก็กลายเป็นบุคคลล้มละลายทันที...เออ มันแย่อย่างนี้นี่เอง ใครไม่เคยเข้าใจต้องมาลอง อย่าลืมมาลองนะเพื่อนๆ
แม้การกระจายรายได้ของสมาชิกร่วมทัวร์จะไม่เท่ากันและแตกต่างกันยังกะฟ้ากะเหว เอาเถอะหน่า จะไปเที่ยวทั้งทีมันต้องลงทุน หลังจากสภาพคล่องไหลออกจากกระเป๋าไปสู่พนักงานขายเราก็กลายเป็นบุคคลล้มละลายทันที...เออ มันแย่อย่างนี้นี่เอง ใครไม่เคยเข้าใจต้องมาลอง อย่าลืมมาลองนะเพื่อนๆ
![]() |
วันแรกของการเดินทาง สมาชิกจะตื่นกี่โมงก็ได้แต่มีข้อแม้ว่าต้องมาขึ้นเครื่องบินที่สุวรรณภูมิให้ทันเวลา แหม่ ทำไมต้องสุวรรณภูมิ คือว่าบางครั้งบ้านเราก็อยู่พุทธมณฑล และบางครั้งเราก็อยากไปดอนเมือง... เราเชคอินที่เคาท์เตอร์หางแดง เครื่องบินกำหนดออก 10.45 น. ก่อนเวลาเครื่องออกประมาณชั่วโมงนึงเราก็เดินทางไกลเข้าเกทไปรอ รอ รอ... มันเอาอีกแล้ว ดีเลย์อีกแล้ว นานด้วย ไม่เป็นไร ขันติคือความอดทน ในที่สุดเราก็ได้ขึ้นเครื่องและเดินทางสู่สนามบินจังหวัดกระบี่ สนามบินกระบี่สะอาด กว้าง และมีโครงสร้างเข้าใจง่ายที่สุดในโลก เราเดินทางออกจากสนามบินด้วยรถตู้ที่มารอรับเพื่อไปยังท่าแพขนานยนต์ ใช้เวลาเดินทางราวๆ สี่สิบนาทีก็มาถึงท่า แล้วเราก็ลงแพขนานยนต์เพื่อข้ามจากกระบี่ไปเกาะลันตาน้อย พอถึงลันตาน้อยเราเดินทางด้วยรถตู้คันเดิมไปที่ท่าแพขนานยนต์อีกที่เพื่อข้ามจากเกาะลันต้าน้อยไปลันตาใหญ่ ระหว่างทางคุยกับพี่พลขับ ได้ความมาว่าเกาะลันตาน้อยไม่เหมาะสำหรับสร้างสิ่งก่อสร้างเพราะสภาพเป็นป่าโกงกางซะมากดินเลยไม่แน่นพอ ลองจินตนาการดู กำลังนอนๆ อยู่ในรีสอร์ท...วืบ...ดินทรุดและเราจมลงไปนอนอยู่ข้างๆ รากโกงกาง ฉันเสียเงินหมื่นเพื่อสัมผัสน้ำกร่อยกับโกงกาง รู้สึกอันนี้ไม่ถูกต้อง |
![]() |
หลังจากลงแพมาสองครั้ง นั่งรถตู้มาก็พักใหญ่ เราก็เดินทางมาถึงที่พักสุดหรูชูเกียรติของเรา ชฎาบีชรีสอร์ทแอนด์สปาาาาาา เส้นทางจากสนามบินมาสู่โรงแรมนั้นขอบอกว่าถ้าไม่ใช่คนพื้นที่คงวิ่งมาไม่ถูก เพราะกว่าจะถึงก็มุดเข้าซอย วิ่งตามถนนดินลูกรัง ผ่านไซต์งานก่อสร้างไม่รู้กี่อันต่อกี่อัน พอมาถึงปุ๊ปเราก็ได้รับเชิญให้ไปขึ้นรถกอล์ฟคันเล็กๆ ที่จะพาเราวิ่งไต่เนินขึ้นไปยัง reception ที่...โอ้...อลังการตระการตามาก (แล้วห้องพักหละจะขนาดไหน) พวกเราเลือกห้องพักแบบ Golden Suite กัน คำถาม: Golden Suite มีดีอย่างไร ตอบ: มีดีตรงที่ระเบียงห้องยื่นลงไปในสระว่ายน้ำนั่นเอง ระหว่างทางเดินไปห้องพักเราก็แวะเก็บภาพกันไปเรื่อย และเมื่อมองออกไปรอบๆ ก็ให้ความรู้สึกเหมือนกับอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่ไม่มีผู้อาศัยคนอื่นนอก จากกลุ่มเรา จะมีก็แต่พนักงานเดินหยิบนู่นเก็บนี่ไปเรื่อยเพื่อเตรียมสถานที่ให้พร้อมกับ ช่วง high season ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า |
![]() |
ห้องพักที่นี่แทบจะติดกับสระว่ายน้ำเกือบทุกห้องเลยก็ว่าได้ นัยว่าเค้าคงสร้างให้เป็น “เมืองสระว่ายน้ำ” กันเลยทีเดียว ลองจินตนาการนึกภาพช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมาพักที่นี่จนเต็มอัตรา เมืองสระว่ายน้ำที่นี่คงเป็นเมืองที่มีสีสันไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างน้อยๆ เก้าอี้อาบแดดทุกตัวก็จะต้องถูกจับจองจากฝรั่งผิวหยวกที่อยากจะเปลี่ยนตัวเองเป็นสีแทนบ้าง อะไรบ้าง พูดแล้วก็อยากมีโอกาสมาเที่ยวในช่วง high season บ้างจัง แต่เวลาคงไม่เอื้ออำนวย เฮ้อ... มาพูดเรื่องห้องพักกันต่อดีกว่าสำหรับห้องพักที่มีชาติตระกูลขึ้นไปอาทิเช่น Platinum Suite จะเป็นบ้านสองชั้น ชั้นล่างเป็นห้องนอนหลักนอนได้สองคน ชั้นบนเป็นห้องนอนรอง นอนได้สองคนเช่นกัน ทั้งสองชั้นมีห้องน้ำให้เผื่อว่ามานอนกันหลายคนจะได้ไม่ต้องแย่งกันอาบ แต่ทว่าห้องน้ำชั้นบนนี่สิ จะเซ็กซี่ไปไหน คือห้องน้ำบนนี่เป็นแบบ see through ประตูเป็นกระจก ถ้ามาเที่ยวกับแฟนก็ว่าไปอย่างแต่นี่มากับเพื่อน อุดมการณ์อาจไม่ตรงกันเมื่อเราอาจอยากโชว์แต่เพื่อนอาจไม่อยากดู ก่อให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันได้ สรุปคือนอน Golden Suite น่าจะลงตัวที่สุด |
![]() |
เก็บข้าวของเข้าที่เสร็จเรียบร้อยปุ๊บ เราก็เริ่มสำรวจห้องพักของเราโดยละเอียด เริ่มตั้งแต่หน้าห้องยันระเบียง เตียงนอนกว้างใหญ่เอาไว้ให้กลิ้งได้สบาย ส่วนที่เป็นห้องน้ำอยู่ตรงกลางระหว่างห้องนอนและห้องนั่งเล่นมีประตูไม้บาน ใหญ่เอาไว้กั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว ข้างในกว้างและดูสะอาดสบายตา ห้องอาบน้ำ ห้องส้วมและอ่างอาบน้ำอยู่แยกกันเป็นส่วนๆ ถัดจากห้องน้ำออกมาคือห้องนั่งเล่นมีทีวีจอแบน ตู้เย็นเล็กตามมาตรฐานโรงแรมไม่มีขาดตกบกพร่อง ออกจากห้องนั่งเป็นระเบียงไม้ระแนง และ สระน้ำอย่างที่อยากได้ไปติดตั้งที่บ้าน อยากบอกว่าสระน้ำน่าเล่นมากๆ พื้นสระสีน้ำเงินเข้มยั่วยวนให้เราค่อยๆ จุ่มเท้าก้าวลงบันไดลงไปในสระน้ำทีละขั้น แต่แหม อดใจรอมาเล่นน้ำตอนกลางคืนดีกว่า เราจะต้องใช้ประโยชน์จากร่างกายแห้งๆ ไปสำรวจส่วนอื่นของโรมแรมให้ทั่วก่อน ไหนจะชายหาดที่เป็นไฟลท์บังคับไม่ไปดูไม่ได้อีก ว่าแล้วก็ ออกไปแอ่วกันดีกว่า |
![]() |
รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วรีสอร์ทนี้กินพื้นที่กว้าง แต่กว้างแค่ไหนก็สุดจะเดาเพราะพนักงานที่นี่ไม่เดินครับ... พวกเค้าขับรถกอล์ฟวิ่งไปมาแลดูสะดวกสบาย (เมื่อเทียบกับแขกอย่างเช่นพวกเราที่กำลังเดินต๊อกแต๊กงมทางไปเรื่อยเปื่อย) และเนื่องจากว่าห้องพักของเราอยู่ติดกับทางเข้ารีสอร์ทพอดีทำให้เรามีความรู้สึกเหมือนลูกเสือเดินทางไกลตามหาชายทะเล ระหว่างทางไปชายทะเลเราพบกับสวนสยาม...ไม่ใช่ละ แต่ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียงเพราะว่าเราเจอสระน้ำรวมขนาดใหญ่และเก้าอี้อาบแดดอีกนับร้อยเรียงรายรอบสระน้ำ ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ ชายทะเลก็ยังเดินไปไม่ถึงก็เลยขอเก็บรูปกับสระน้ำไปก่อนพลางๆ |
![]() |
สระน้ำรวมแยกออกเป็นหลายส่วน มีส่วนตื้นสำหรับเด็ก ส่วนลึกสำหรับคนอยากว่ายน้ำลึก มีบาร์กลางสระ มีส่วนจากุซซี หลังจากยืนพิจารณาภาพรวมซักพักก็ได้ข้อสรุปว่าเจ้าของโรงแรมคงชอบทรงกลม เพราะสระน้ำมีแต่กลมๆ บันไดกลมๆ บาร์กลมๆ ห่วงยางกลมๆ ไม่สิ ห่วงยางมันคงต้องกลมอยู่แล้ว แต่เก้าอี้อาบแดดริมสระไม่ใช่ทรงกลม แต่สิ่งที่ดีที่สุดไม่ใช่สระน้ำที่กว้างขวาง แต่เป็นโอกาสที่พวกเราแค่สี่คนจะได้เล่นน้ำอย่างเป็นส่วนตัวราวกับเป็นเจ้าของที่นี่เสียเองเพราะมองไปทางไหนก็ไม่มีใครจริงๆ นอกจากพนักงานและต้นไม้ สรุปว่าเป็นความคิดที่ประเสริฐที่เลือกมาเที่ยวตอน low season นอกจากราคาจะถูกแล้ว ยังไม่มีใครอื่นนอกจากเรากันเอง |
![]() |
เมื่อเดินเลยสระน้ำรวมและห้องอาหารออกมา เดินออกซุ้มประตูและลงบันไดอีกสามสี่ขั้นก็จะพบหาดทรายสีขาวยาวสุดลูกหูลูกตา ตระหง่านอยู่ข้างหน้าเพราะช่วงเวลาบ่ายๆ เย็นๆ นี่แหละที่น้ำกำลังลงจนสุด น่าเดินเล่นไปเรื่อยซะจริง แดดช่วงนี้ก็ไม่แรงแผดเผาเหมือนช่วงเที่ยงด้วย ความสะอาดของหาดนี้ถือว่าใช้ได้เมื่อเทียบกับสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ ในประเทศไทยที่ถูกทำให้เสื่อมด้วยปริมาณขยะมูลฝอยที่ล้นหลาม แต่ถึงกระนั้นหาดที่นี่ก็ยังมีซากขวดให้เห็นบ้างขวดสองขวด ถ้าพวกเรายังอยากเห็นหาดสวยๆ บนเกาะลันตาก็ต้องช่วยกันรักษาความสะอาด เห็นขยะลอยมาก็ช่วยกันเก็บไปทิ้ง ว่าแล้วเราก็ถอดรองเท้าเดินให้ทรายสีขาวนวดฝ่าเท้าสบายๆ สูดหายใจให้เต็มปอด ถ่ายรูปไปเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเคยมาเยือนเกาะลันตายามสงบ ปราศจากผู้คนเอาไว้ดูเล่นกันไป |
![]() |
พูดถึงอาหารการกินคงต้องบอกว่ากินอยู่อย่างราชา ขอจาระไนอาหารมื้อเย็นก่อนละกัน ถ้าซื้อเป็นแพคเกจทัวร์มาเค้าจะจัดอาหารให้เลือกเป็นเซต มีสามเซต A B C อะไรก็ว่าไป แต่ละเซตมีอาหารหลากหลายต่างกันและดูท่าทางแล้วกินคนเดียวคงไม่หมดแน่ๆ แขกคนนึงเลือกอาหารได้หนึ่งเซท เรามีสี่คนเลยสั่งมาสี่เซตซึ่งอยากบอกว่าอู้ฟู่สุดๆ เมื่อกองทัพอาหารถูกขนมาเกยบนโต๊ะของเรา เยอะจนไม่รู้ว่าตกลงถ้วยไหนอยู่ในเซตของฉัน ทีนี้มาดูชุดอาหารเช้ากันบ้าง เมนูมาเป็น a la carte รวมมิตรแบบตามใจฉัน แค่ประเภทไข่ก็ตาลายแล้ว ตามมาด้วยเครื่องเคียงเช่น เบคอน แฮม โยเกิร์ต มูสลี แพนเค้ก ขนมปัง ซีเรียลพร้อมนม ไม่น้อยหน้าอาหารเย็น เรียกได้ว่าทานอาหารเช้าเสร็จอิ่มไปจนถึงบ่ายเลยทีเดียว นอกจากนี้อยากจะสั่งอะไรนอกเมนูพ่อครัวก็เต็มใจจัดหามาให้ ตามใจปากกันแบบสุดๆ ไปเลย |
![]() |
และแล้ววันที่สองของการเที่ยวซึ่งเป็นวันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง วันนี้เราไปทัวร์สี่เกาะกัน อันได้แก่ ถ้ำมรกต เกาะเชือก เกาะไหง และเกาะม้า หลังทานอาหารเช้าเสร็จเราออกเดินทางด้วยรถสองแถวที่มารอรับที่โรงแรมในตอน เช้า วิ่งผ่านเส้นทางที่ยังสร้างไม่เสร็จ อันประกอบด้วยดินแดงและหลุมบ่อ เพื่อไปยังท่าเรือ วิ่งไปดินแดงก็ตลบไป หายใจไม่ค่อยออก พอมาถึงท่าเรือพบว่าดินแดงเกาะเราตั้งแต่หัวจรดเท้า โชคดีที่ขามานั่งมาเงียบๆ ถ้าพูดมากดินแดงจะเข้าปากไปด้วยเป็นที่อเน็จอาถ เรือที่เราจะลงเป็นเรือเร็วแบบธรรมดา ผู้โดยสารเที่ยวนี้มีครอบครัวฝรั่ง ครอบครัวคนไทย และพวกเรา รวมๆ ประมานยี่สิบคนได้ หลังจากลงเรือกันเรียบร้อยเราก็แล่นไปเกาะกัน ความรู้สึกเวลาวิ่งผ่านหมู่เกาะต่างๆ พร้อมกับมีลมทะเลปะทะหน้านี่ทำให้เรามีความสุขมาก น้ำทะเลก็สะอาดใสเป็นสีเขียว ราวๆ ครึ่งชั่วโมงเราก็มาถึงจุดหมายแรกคือถ้ำมรกต วิธีมุดถ้ำนี้เราจะเกาะชูชีพของคนข้างหน้าต่อๆ กันและว่ายน้ำเข้าไป พี่ไกด์บอกห้ามปล่อยมือเพราะข้างในถ้ำจะมืดมากจนมองไม่เห็น ถ้าปล่อยมืออาจจะหลงกันได้ หลังจากว่ายน้ำเข้าไปโผล่ในใจกลางเกาะแล้ว เราก็พบว่าตัวเองมายืนอยู่ในสถานที่เล็กๆ แห่งหนึ่งที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ถ้ำมรกตสวยและมีสเน่ห์อย่างที่ใครๆ เขาบอกกันจริงๆ เราใช้เวลาอยู่ที่นี่กันสักพัก ก่อนที่จะออกเดินทางไปเกาะเชือกกันต่อเพื่อไปดำน้ำดูปะการังกัน |
![]() |
ดำน้ำที่เกาะเชือกเสร็จเราก็แล่นไปเกาะไหงเพื่อทานข้าวกลางวันและพักผ่อน บนหาดทรายสวยๆ ยาวเหยียดหลายร้อยเมตรกัน ที่เกาะไหงนี่แหละที่เราได้ถ่ายรูปกันสนุกสนาน น้ำทะเลใสปิ๊ง ทรายก็ขาวจั๊วะ ลมทะเลพัดเย็นสบาย มองออกไปเห็นหมู่เกาะอื่นๆ ประปราย คุณภาพชีวิตที่นี่ช่างดีจริงๆ หลังจากพักผ่อนกันจนเต็มที่แล้วพี่ไกด์ก็ต้อนพวกเราขึ้นเรือไปยังจุดหมายสุด ท้ายของทัวร์นี้คือเกาะม้า ที่เกาะม้าเราดำน้ำกันอีกครั้งด้วยความสนุกสนานเพราะที่นี่มีปลาเยอะมากๆ นอกจากนี้พี่ไกด์ยังดำน้ำลงไปสอยปลาดาวกับปลาการ์ตูนมาให้เราดูด้วย เรียกได้ว่าเกาะม้ามีอะไรให้ดูเยอะแยะกว่าเกาะเชือกมากมายเลยทีเดียว สนุกสานกันจนได้เวลากลับเราก็พากันขึ้นเรือเพื่อกลับเกาะลันตาของเรากัน |
![]() |
วันสุดท้ายของการเดินทาง วันที่เราขี้เกียจสุดๆ วันที่ต้องเก็บของ เป็นวันที่เราไม่ค่อยชอบนักแต่ก็ต้องเผชิญกับมัน เราตื่นเช้าเพื่อออกไปถ่ายรูปที่หาดหน้าโรงแรมและออกสำรวจพื้นที่ข้างๆ โรงแรมว่ามีอะไรบ้าง (ออกแนวเก็บตก) น้ำกำลังลงเต็มที่เลยเห็นหาดทรายยาวออกไปไกลสุดสายตา เหล่าปูลม ไม่สิ กองพันปูลมวิ่งเต็มหาด เราเหยียบไปหลายตัวด้วยความตั้งใจ...ไม่ใช่ละ นั่นมันบาปชัดๆ แต่ปูลมเยอะมากจนหลบไม่ได้ต่างหาก มีน้องหมาทะเลให้เห็นประปราย เราพบว่ามีโรงแรมเรียงรายให้เห็นเป็นระยะๆ สลับกับร้านอาหารนานาชาติ บาร์ ต้นมะพร้าว ต้นสน มีร้านหนึ่งตกแต่งสวยเก๋ติดชายหาด รู้สึกจะขายอาหารอิตาเลียนถ้าให้เดาจากป้ายที่ตั้งไว้หน้าร้าน (จริงๆ เราก็แยกไม่ออกหรอกว่ามันอิตาเลียนหรือสเปนกันแน่) ถ้าวันหน้าได้มาลันตาอีกจะไม่พลาดร้านนี้แน่นอนเพราะพร็อพที่เจ้าของร้านใช้ แต่งร้านสีสันจัดจ้านถูกใจวัยรุ่นมากๆ |
![]() |
มื้อเที่ยงเราไปทานอาหารที่ร้านอาหารทะเลที่เค้าบอกว่าอร่อยที่สุดใน เกาะ ร้านนี้อยู่ในตลาด เราเลยเหมาสองแถวเล็กมุ่งหน้าไปตลาดอย่างไม่รีรอ ตลาดลันตาหน้าตาเหมือนตลาดทั่วไป มีจำนวนร้านแฟรนไชส์แว่นตามากกว่าร้านอื่นใด มีธนาคาร ร้านขายโปสการ์ด ซีดี ชุดว่ายน้ำ ร้านให้เช่ารถ เช่าอุปกรณ์ประดาน้ำ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สารพัดจะบรรยาย พูดถึงอาหารที่ร้าน จริงๆ แล้วอร่อยใช้ได้แต่สู้อาหารที่แหลมฉบังทะเลอ่าวไทยของเราไม่ได้อยู่ดี ขณะที่กำลังนั่งกินอย่างสบายใจเฉิบอยู่ก็เกิดไทมุงกันที่ริมระเบียงที่ยื่น ออกไปในทะเล เกิดอะไรขึ้นหนอ เราจึงเดินไปดู โอ้! พ่อครัวก้มลงไปหยิบกุ้งลอบเสตอร์ขึ้นมาจากถังน้ำให้พวกเราดูกัน น่าตื่นเต้นมาก หลังจากทานอาหารเสร็จเรากลับโรงแรมเพื่อไปเก็บของและเช็คเอาท์ตามธรรมเนียม ราวๆ บ่ายสองเราก็ขึ้นรถตู้ไปสนามบิน วันนี้เป็นวันกินเจหรืออย่างไรไม่แน่ใจเพราะชาวกระบี่พร้อมใจกันนุ่งขาวห่ม ขาว มีขบวนแห่เจ้าแม่ที่ถนนใหญ่ ดูคึกคักน่าสนุกน่าลงไปเดินด้วย ผ่านตัวเมืองไปอีกสักแปบก็ถึงสนามบินกระบี่ เที่ยวบินขากลับนี้เราก็นั่งยี่ห้อเดิม มองหน้าก็รู้กันว่าดีเลย์อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง แล้วก็ แหม่ ถ้าซื้อหวยก็ถูกไปแล้วหละ มันดีเลย์จริงๆ แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะสามวันที่ผ่านมาบนเกาะลันตาเราได้เก็บความประทับใจกับ ทริปเล็กๆ ไปอย่างเต็มที่ ชาร์จแบตเตอรี่เตรียมพร้อมกับการทำงานในวันจันทร์ที่จะมาถึง ยู้ฮู... |
|
- 7605 reads