Sushi Hiro

ในยุคปัจจุบัน Social Media นั้นได้เข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตเรามากขึ้น ด้วยความที่เรานั้นเป็นหนึ่งใน Instagram followers ของร้าน Sushi Hiro เราจึงได้เห็นโปรโมชั่นใหม่ๆ และรูปปลารูปซูชิสวยๆ จนในที่สุดพวกเราก็ทนไม่ไหวต้องตามไปชิมกัน


Sushi Hiro
รสชาติ ที่ตั้ง: Rama 9 / Ramindra Bangkok Thailand
เบอร์ติดต่อ : 089-888-2078
Website : Sushi Hiro
คุณภาพวัตถุดิบ
สุขอนามัย
ความคุ้มค่าราคา
สถานที่

ร้าน Sushi Hiro นั้นมีอยู่สองสาขา คือรามอินทราและพระรามเก้า อีกทั้งกำลังจะเปิดใหม่ที่พระรามสามอีกหนึ่งสาขา ให้พวกเราเข้าชิมกันได้อย่างทั่วถึงทุกมุมเมือง สาขาที่ทีมงานไปบ่อยๆก็เห็นจะเป็นสาขาพระรามเก้าเพราะอยู่ใกล้กับ MRT สะดวกสบายดี ร้าน Sushi Hiro นี้ทำให้เราติดอกติดใจด้วยของสดชนิดแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ทางร้านคอยสั่งมาให้คออาหารญี่ปุ่นทดลอง อย่าง หอยแครง Akagai ปลาเข็ม Sayori หอยงวงช้าง Mirugai หอยเป๋าฮื้อ Abalone หอยเชลล์สด Hotate Nama ปลาคิงกิ Kinki และอื่นๆ อีกมากมาย เนื่องจากเมนูเหล่านี้ไม่ได้มีทุกวัน เราก็สามารถเช็คได้ที่ Facebook หรือ Instagram ของร้านเพื่อดูรายการของสดที่น่าสนใจที่เข้ามาในแต่ละสาขาก่อนที่จะแวะไปกันค่ะ แต่ที่มีแน่ๆ ทุกวันคือโปรโมชั่น โดยทางร้านจะมีโปรโมชั่นใหม่ๆ อยู่เสมอหมุนเวียนเปลี่ยนชนิดอาหารไปเรื่อยๆ ลด 30% บ้าง 40% บ้าง บางครั้งก็มากถึง 50% ก็มี ดังนั้นเราจะบอกราคาเต็มและเปอร์เซ็นต์ส่วนลดสูงสุดที่ทีมงานเคยได้ทานของเมนูนั้นๆ

เริ่มต้นมื้อก็มักจะมีจานพิเศษจากเชฟเป็นปลาต้มบ้างมันต้มบ้างมาให้ทานระหว่างรออาหารจานแรกมาเสิร์ฟ เรามาเริ่มชิมบรรดาของสดกันก่อนดีกว่าค่ะ ของสดชนิดแรกที่จะมาอวดกันก็คือ ปลาปักเป้า Fuku (ครึ่งตัว 1610B) ปลาปักเป้านั้นอาจมีพิษ โดยพิษจะส่งผลกับระบบประสาท อาจเกิดอาการชา ร้านที่จะขายได้ต้องเป็นร้านที่มีใบอนุญาตเท่านั้นซึ่งที่นี่มี เราเลยได้ชิมปลาปักเป้าเป็นครั้งแรกในชีวิต โดยทางร้านให้สั่งครึ่งตัวก็ได้ด้วย เนื้อปลาปักเป้านั้นไม่มีรสชาติเท่าไร ส่วนที่แล่เป็น sashimi มาก็จะหนึบๆ เคี้ยวเพลิน ส่วนหนังเค้าก็แล่มาด้วยเป็นอีกจาน จะออกกรุบๆ กว่า ทานกับใบชิโสะและหอมแดง จิ้มน้ำจิ้ม ponzu อีกส่วนจะทอดมาเป็นเทมปุระ เรียกว่าตัวเดียวได้ถึงสามอย่างเลยทีเดียว อันนี้ถามว่าอร่อยไหมก็อาจจะต้องแล้วแต่คนชอบ บางคนทานเพราะชอบรสสัมผัสก็มี ถัดมาเราก็ลองชิม ปูขน Kekani (2300B) ปูขนก็ทำได้สามจานเช่นกัน โดยมีส่วนขาที่มาเป็น sashimi เนื้อปูดิบหวานมากๆ สุดแสนประทับใจ เนื้อตรงตัวก็ทำสุกมา เนื้อแน่นอร่อย ส่วนอื่นอย่างมันและเศษเนื้อก็นำไปทำไข่ตุ๋นเป็นเมนูสุดท้าย ดังนั้นถึงราคาต่อตัวจะแพงหน่อย แต่ด้วยคุณภาพความสด และ ปริมาณที่ทานได้ถึงสามรูปแบบก็ถือว่าคุ้ม อีกเมนูที่เป็นที่นิยมก็คือ กุ้งมังกร Lobster (700B) ทำมาทั้งที่เป็น sashimi หวานเจี๊ยบ และ ตัวก้ามก็นำมาผัดกระเทียมให้ด้วย อีกเมนูของสดที่เราเคยลองทานก็คือ ปลา Sakuradai (1200B) ซึ่งทำมาทั้ง sushi และ sashimi แถมยังนำส่วนหัวต้มเป็นซุปมาอีกต่างหาก เมนูของสดยังมีปลาย่างอีกหลายชนิดที่หมุนเวียนกันมา แถมถ้าไปสาขารามอินทราก็จะมีเมนู ปลาดาบญี่ปุ่นทอดเทมแบบพิเศษห่อไข่หอยเม่น Tatchiuo (650B) ซึ่งเป็นเมนูเด็ดที่มีสาขานี้สาขาเดียวเท่านั้น

ชิมรายการของสดก็พอหอมปากหอมคอ เราก็มาลองเมนูยืนพื้นกันบ้าง อย่างเมนูสุดคุ้ม Salmon sashimi (250B -50%) ที่วันดีคืนดีก็จะลดราคาเหลือครึ่งหนึ่งกันเลย Salmon sushi (80B -10%) ก็เป็นอีกเมนูอร่อยที่ราคาไม่แพง ใครที่ชื่นชอบแบบมันหน่อยก็สั่งเป็นส่วนท้อง Salmon toro sushi (90B -50%) ทั้งสองแบบสามารถสั่งให้เป่าไฟให้สุกนิดหน่อยได้ด้วย หรือใครที่ชอบเค็มนิดๆ ก็สั่งเป็นแซลมอนหมักมิโซะดูก็ได้ Salmon saikyo sushi (100B -40%) หรือใครที่ชอบเป็นข้าวหน้าก็มีข้าวหน้าแซลมอนชามโตให้เลือกเช่นกัน จบจากเมนูแซลมอนก็หนีไม่พ้นต้องพูดถึงปลาอีกชนิดที่รู้จักกันดีคือปลาทูน่า ทูน่านั้นมีหลายระดับตั้งแต่ เนื้อแดง Akami sushi (150B -30%) แบบมันปานกลาง Chu-Toro sushi (400B –10%) และ แบบที่มีไขมันแทรกเป็นลายสวย O-Toro sushi (450B -30%) และแน่นอน ตัวเอกที่ขาดไม่ได้อีกตัวคือ Hamachi sushi (150B -10%) ซึ่งของที่นี่เชฟใช้พู่กันทาซอสบางๆ ให้ด้านบน เรียกว่ารสชาติแสนกลมกล่อมโดยไม่ต้องจิ้มซอสโชยุแต่อย่างใด เมนูอีกอันที่ขอนำเสนอด้วยความชอบส่วนตัวก็คือ Botan foie gras sushi (225B) กุ้งโบตันรสหวาน เพิ่มความหอมมันด้วยตับห่านเป่าไฟ หรือถ้าใครชอบกุ้งหวานอย่าง Amaebi sushi (150B -10%) ที่นี่ก็มีให้เลือกสรร

ซูชิอีกหลายเมนูที่เราเลือกมาลิ้มลองนั้นก็เป็นแบบเป่าไฟหรือแบบทำสุก ไม่ว่าจะเป็น Engawa sushi (180B -50%) หรือ ครีบปลา hirame ที่เป่าไฟมาพอหอม Hotate mentai sushi (190B -50%) หอยเชลล์ตัวอวบโปะมาด้วยไข่ปลาคอดและมายองเนส เป่าไฟอ่อนๆ มาเช่นกัน Anago sushi (600B -10%) หรือปลาไหลทะเลก็ทำมาสุกพอดีนุ่มอร่อย และที่ชอบมากๆ เลยก็คือ Foie gras sushi (350B -50%) ที่ให้มาชิ้นใหญ่ไม่หวงของทำให้เราได้ลิ้มรสตับห่านหอมมันกันเต็มพิกัด ปิดท้ายกันด้วยของโปรดอีกหนึ่งอย่างของพวกเราคือ Uni sushi (400B -50%) ที่ชื่นชอบกันมากจึงสั่งไปยี่สิบชิ้นทำสถิติไว้ที่ร้านสาขาพระรามเก้าเป็นที่เรียบร้อย ปิดท้ายด้วยรายการไข่หวาน Tamako ล้างปาก ที่นี่เค้ามีของหวานแถมให้ด้วย บางครั้งจะเป็นพุดดิ้ง บางครั้งจะเป็นครีมกับผลไม้ พอให้หวานๆ ชื่นใจปิดท้ายมื้ออร่อย

โดยรวมแล้ว ร้าน Sushi Hiro นั้นจัดว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบปริมาณซึ่งให้ไม่ค่อยหวงและคุณภาพของปลาที่สดกับราคาที่สมเหตุสมผล แถมยังถูกได้ใจยามมีโปรโมชั่น ด้วยเหตุนี้ เราจึงวนเวียนมาทานกันเรื่อยๆ กว่าสิบครั้งแล้ว แต่ถ้าพูดถึงเรื่องบริการ ร้านนี้คงไม่เหมาะกับการพาผู้หลักผู้ใหญ่หรือครอบครัวมาทาน เพราะหลายๆ ครั้งจะคิวยาว รอกันจนเหนื่อยและเสียอารมณ์กันไป อีกทั้งบริการยังไม่คงเส้นคงวา ทั้งชาเติมช้า อาหารมาช้า อาหารมาผิด คิดเงินช้า คิดเงินผิด และอื่นๆ จิปาถะที่อาจทำให้เหนื่อยใจ สังเกตมาหลายครั้งว่า แม้เวลาที่ลูกค้าไม่เยอะ ไม่ได้ยุ่งมากก็ยังทำงานค่อนข้างมีปัญหา ขาประจำอย่างเราก็ได้แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางร้านจะปรับปรุงอบรมพนักงานให้มีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ให้ตามคุณภาพอาหารให้ทัน เพื่อประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าที่แวะเวียนไปเยี่ยมชิมกัน



Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview
Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview
Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview
Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview
Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview
Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview
Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview Sushi Hiro Preview