Umenohana Spring
รสชาติ | ![]() |
ที่ตั้ง: Nihonmura Mall Thonglor 13, Bangkok Thailand เบอร์ติดต่อ : 084-438-3892 Website : Umenohana |
คุณภาพวัตถุดิบ | ![]() |
|
สุขอนามัย | ![]() | |
ความคุ้มค่าราคา | ![]() |
|
สถานที่ | ![]() |
ทางทีมงานจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติจากทางร้านให้มาลิ้มลองเมนูใหม่ในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ ร้าน Umenohana ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของ Nihonmura Mall ในซอยทองหล่อ 13 ร้านต้นตำรับนั้นมีกว่า 70 สาขาทั่วญี่ปุ่นและเป็นที่โด่งดังในวงกว้าง การตกแต่งให้บรรยากาศกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นมีต้นบ๊วยอันเป็นสัญลักษณ์ของทางร้านตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางสวนหินแบบญี่ปุ่นส่วนโทนสีเน้นการใช้ไม้และเก็บรายละเอียดทุกจุดแม้แต่เสื่อที่ใช้ก็นำมาจากญี่ปุ่นโดยตรง ห้องรับรองมีหลายขนาดนั่งสบายและให้ความเป็นส่วนตัว จะพาแขกมาเจรจาธุรกิจก็ได้หรือจะพาครอบครัวมาทานพร้อมหน้าพร้อมตาก็ดี อย่างห้อง Kiyomisu ที่เรานั่งในวันนี้ก็จุได้ถึงแปดท่าน ทางร้านมีการจัดชุดเมนูใหม่ๆ ตามฤดูกาลผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้ลองอยู่เสมอซึ่งมีข้อดีคือวัตถุดิบที่ใช้เป็นองค์ประกอบของเมนูเหล่านี้ก็จะเป็นวัตถุดิบสดใหม่ที่หาได้ในแต่ละฤดูกาลและทำให้รายการอาหารในช่วงนั้นๆ มีรสชาติที่เด่นเป็นเอกลักษณ์
สำหรับช่วงนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิทางร้านอุเมะโนะฮานะก็ได้จัดชุดอาหาร Special Spring Keiseki Course: Haru Urara (2950B++) ที่มีทั้งหมดถึง 11 เมนูด้วยกัน เริ่มจาก Yomogi Mineoka Tofu หรือเต้าหู้มิเนโอกะผสมสมุนไพรโยโมกิ ที่โรยหน้ามาด้วยอิคุระหรือไข่ปลาแซลมอนและดอกซากุระซึ่งนำไปหมักเกลือก่อนจึงมีรสเค็มนิดๆที่มาพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกซากุระทานกับวาริโชยุและวาซาบิสุดแสนจะเข้ากัน ส่วนตัวชอบเต้าหู้ผสมสมุนไพรสีเขียวนี้เป็นพิเศษทั้งๆที่ปกติเป็นคนไม่ค่อยถูกกับผักสมุนไพรนัก เพราะนอกจากจะทำมาไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวเลยสักนิดแล้วตัวใบโยโมกินั้นยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่อบอวลในปากทำให้ประทับใจกันมากตั้งแต่จานแรก ถัดมาเป็น Scallop and seasonal vegetable with Ponzu Gelee หอยเชลล์ตัวโตเสิร์ฟมาบนเปลือกหอยพร้อมผักตามฤดูกาลอย่างถั่วโซระมาเมะและผักนาโนะฮานะ ด้านบนเป็นเจลลี่รสอมเปรี้ยวทำจากซอสพอนซึผสมกับเนยกระเทียมหอมมันและผักชีฝรั่งที่รสชาติออกมา complex แถมกลมกลืนกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ ต่อด้วย Sakura Fukufuku Tofu with Sakura Epi An ที่มี presentation ให้ได้ตื่นตา โดยตัวน้ำเต้าหู้นั้นจะนำมาตั้งไฟต้มบนโต๊ะ เมื่อต้มไปประมาณสิบห้านาทีก็จะแข็งตัวเป็นเต้าหู้นิ่มๆหยุ่นๆที่ทานแล้วนุ่มละลายในปาก สีชมพูธรรมชาติของเต้าหู้มาจากเบนิโคจิหรือยีสต์สีแดงที่นำมาใช้ในการหมัก ทานกับซอสผักตามฤดูกาลและกุ้งซากุระเอบิ รสชาติกลมกล่อมกำลังดี จากนั้นจึงเป็นคิวของ Sashimi (Toro & Madai) โดยเชฟจัดให้ทานปลาดิบที่มีมันมากอย่างโทโร่คู่กับปลามะไดที่ไม่มันเพื่อให้ไม่เลี่ยน ซึ่งคุณภาพของปลานั้นสดเทียบเท่ากับร้านซูชิชั้นต้นๆ เลยทีเดียวเพราะที่นี่นำเข้าปลาจากญี่ปุ่นถึงสองครั้งต่อสัปดาห์และมีการเสาะหาวัตถุดิบจากแหล่งปลาดิบชั้นดี ต่อมาด้วย Ikura Mushi Sushi หรือข้าวซูชินึ่งโรยหน้าอิคุระที่มีไข่เส้นๆและส้มยุซุฝนด้านบนเพิ่มรสเปรี้ยวเล็กๆ แสนสดชื่นตัดกับไข่ปลาแซลม่อนหอมมัน และแล้วก็ถึงเวลาของพระเอกคือปูทาระบะเนื้อแน่น Taraba Kani Seiro Mushi or Taraba Kani Sumibiyaki ที่สามารถเลือกแบบนึ่งหรือแบบย่างถ่านก็ได้ ส่วนตัวอยากแนะนำให้เลือกนึ่งเพราะเนื้อจะออกมานุ่มและไม่แห้งจนเกินไป ปูที่นี่สดหวานมาก ทานกับซอสเปรี่ยวสูตรเฉพาะของร้าน และสามารถเติมยุซุโคโช (Yuzu Kocho) ที่ทำจากเปลือกของส้มยูซุรสอมเปรี้ยว ออกเผ็ดนิดๆ ขมหน่อยๆ ที่ปลายลิ้นที่ยิ่งเสริมให้รสหวานของเนื้อปูเด่นขึ้นไปอีก พระรองที่อร่อยไม่น้อยหน้าพระเอกเลยคือเมนู Kuroge Wagyu Yogan Yaki ที่นำเนื้อวัววากิวอย่างดีจากบนเกาะคิวชูมาย่างกับเนยกระเทียมบนหินลาวาร้อนฉ่า เนื้อแทรกลายมันอย่างดีของที่นี่การันตีความนุ่ม ทานเคียงกับผักและมันที่นำไปจี่ไฟเช่นกัน จานนี้อร่อยมากจนอยากทานอีกหลายๆ ชิ้น จานถัดมาคือ Yuba Age เนื้อปลาทอดที่ข้างในนุ่มเด้งดึ๋งส่วนข้างนอกห่อด้วยฟองเต้าหู้บางกรอบ เสิร์ฟมาพร้อมเครื่องมือเก๋ไก๋ให้ใช้ช่วยทุ่นแรงในการบีบมะนาว ใกล้จบคอร์สก็ยังมี Nigiri Sushi & Tekka Maki ชุดนี้มีทั้งกุ้งหวาน ปลาทูน่า และข้าวห่อสาหร่าย ผ่านชุดนี้ไปได้ก็จะเจอกับ Yuba Miso Soup จานซุปมิโซะฟองเต้าหู้ให้ซดกันคล่องๆ คอ ปิดท้ายด้วย Tofu Pudding Amaou Strawberry Sauce เต้าหู้พุดดิ้งนั้นราดด้วยซอสสตรอเบอร์รี่อามะโอพันธุ์ดังจากเกาะคิวชู อร่อยจนไม่รู้จะหาอะไรติ เรียกว่าจบคอร์สนี้ไปด้วยความปลาบปลื้มกันที่สุด
อีกเซตหนึ่งที่น่าสนใจคือเซตอาหารกลางวัน Mai Zakura Lunch Course (750B++) ที่มีอยู่เก้าเมนูด้วยกันเริ่มจาก Mineoka Tofu เต้าหู้มิเนโอกะเช่นเคย ตามด้วย Tofu Salad Sprinkled with Matcha & Olive Oil สลัดเต้าหู้ฤดูใบไม้ผลิและ Steamed Egg Custard with Green Peas Sauce ไข่ตุ๋นหน้าครีมสดและซอสถั่วเขียว Tofu Shumai ขนมจีบเต้าหู้ลูกโตเต็มคำ ต่อด้วยจานโปรด Sakura Fukufuku Tofu with Sakura Epi An เต้าหู้ฟุคุฟุคุ ซากุระ ซอสซากุระเอบิ เนื้อนุ่ม ถึงจะเป็นรอบที่สองแล้วแต่จานนี้ทานเท่าไรก็ไม่เบื่อ ต่อด้วย Yuba Age and Assorted Vegetable Tempura ผักตามฤดูกาลที่ทอดมาได้ฟูกรอบ จากนั้นจึงเป็น Seasonal Steamed Rice with Bamboo shoot & Clams ข้าวอบฤดูใบไม้ผลิ (ข้าวอบหน่อไม้และหอยอาซาริ) วัตถุดิบตามฤดูกาลนั้นทานแล้วให้ความรู้สึกเหมือนได้ไปละเลียดทานอาหารรสเลิศอยู่ใต้ต้นซากุระที่กำลังออกดอกที่ญี่ปุ่นเลยทีเดียว จากนั้นจึงเสิร์ฟซุปมิโซะสูตรพิเศษของที่นี่มาให้ซดปิดรายการก่อนจะนำขนมหวาน Mineoka Fruits ออกมาล่อใจ
แต่ความอร่อยยังไม่จบเพียงเท่านี้ เราจะแนะนำอีกเซตที่จะมีทุกฤดูกาลเผื่อใครแวะมาทานกันเรื่อยๆ คือ Nagomi Zen (1,650B++) ที่มีทั้งหมด 8 คอร์ส เริ่มจาก Assorted Appetizers อาหารเรียกน้ำย่อยสามอย่าง คือ Taraba Jelly เยลลี่ที่มีส่วนผสมของซอสปูและซอสพอนซึ ด้านในเป็นเนื้อปู ผักญี่ปุ่นและฟองเต้าหู้รสชาติอ่อนๆ กำลังดี อันที่สองเป็น Yuba Shiraae ฟองเต้าหู้ทรงเครื่องที่มีแครอทสาหร่ายและงามาคู่กับครีมมายองเนสจานนี้เบาๆ สดชื่นทานเพลิน Mineoka Tofu with yuzu miso ที่ด้านบนเป็นซอสยุซุมิโซะที่เค็มนิดๆ เปรี้ยวหน่อยๆ ทานกับเต้าหู้มิเนโอกะนิ่มๆ หอมๆ อร่อยเกินคำบรรยาย จานนี้เป็นหนึ่งในจานที่ตราตรึงใจมากที่สุดในมื้อนี้เลยทีเดียวทั้งๆ ที่ดูเรียบง่ายมาก ต่อมาด้วยคอร์สที่สอง Steamed Egg Custard ไข่ตุ๋นเนื้อนุ่มที่มีเซอร์ไพรส์คือโมจิและแปะก๊วยซ่อนอยู่ด้านล่าง ถัดมาคือ Sashimi ปลา Kanpachi สามชิ้นที่มาพร้อมกับสาหร่ายวากาเมะกองโต จานของร้อนเป็น Tofu Shumai หรือขนมจีบเต้าหู้เนื้อหมูและไก่ที่ด้านบนมีซอสมัสตาร์ดเผ็ดนิดๆ มาช่วยเพิ่มรสชาติ Ikura Mushi Sushi หรือข้าวซูชิหน้าไข่ปลาแซลมอนจะเหมือนเซตก่อน จากนั้นจะเป็น Gindara Saikyo Yaki ปลาหิมะย่างซอสมิโซะทั้งหอมทั้งมัน ชุดนี้ก็มี Yuba Age มี Kuroge Wagyu Yogan Yaki และ Yuba Miso Soup เหมือนกับเซตก่อนหน้า ปิดด้วย Japanese Steamed Rice Pickles ผักดองและข้าวสวยญี่ปุ่นที่มาให้ทานคู่กันและแน่นอนว่าจะต้องมี Dessert ซึ่งสามารถเลือกได้ระหว่าง Mineoka Fruits, Tofu Pudding , หรือ Ice Creamมาเติมความหวานปิดท้าย เสิร์ฟพร้อมกับชาโฮจิจะหอมๆ เข้ากันของหวานได้อย่างดี
สำหรับเครื่องดื่มนั้นจะมีชายาเมจะร้อนกลิ่นหอมซึ่งคัดสรรอย่างดีนำเข้าจากฟุคุโอกะ ที่นี่ละเอียดจนถึงว่าน้ำร้อนที่ชงชาต้องอยู่ที่ 85 องศามิฉะนั้นความหอมของชาจะไม่เต็มที่ และบริกรจะดูเปลี่ยนชาให้ใหม่เรื่อยๆ หากใบชาบานเกินไปทางร้านก็จะชงให้ใหม่ทันที แต่หากใครอยากจะทานเป็นเครื่องดื่มเย็นก็มี Kuromitsu Tonyu กับ Yuzu Tonyu (110B++) เครื่องดื่มนมถั่วเหลืองสูตรพิเศษของที่นี่ จะเลือกทานกับน้ำตาผงสีดำก็ได้ หรือจะผสมกับโยเกิร์ตส้มยุซุออกเปรี้ยวๆ แหลมๆ ตัดกับความนวลของนมถั่วเหลืองก็ยังอร่อย หรือใครกลัวชีวิตขาดความซ่า จะสั่งเป็น Yuzu Lemon Soda (95B++) โซดาส้มยุซุ ก็จะได้ทั้งซ่าทั้งเปรี้ยวมาคู่กัน
โดยรวมแล้วการมาทานอาหารที่อุเมะโนะฮานะนั้นไม่ใช่เป็นเพียงการมาลิ้มรสอาหารอร่อยแต่เป็นการมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทานอาหารสุดประทับใจ บริการที่นี่ดีไร้ที่ติเรียกว่าเอาใจใส่กันทุกฝีก้าว นอกจากนี้ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาและกระบวนการทำอาหารแต่ละชนิดได้อย่างละเอียดลึกซึ้งเรียกว่าฟังกันเพลินสนุกและได้ความรู้ไปในตัว การยกมาทีละคอร์สตามแบบไคเซกิทำให้อาหารออกมาที่อุณหภูมิที่จะอร่อยที่สุดและทำให้เราได้ค่อยๆ ละเลียดอาหารทีละจานอย่างสบายอารมณ์ ตัวอาหารรสชาติอ่อนทานง่ายแต่ก็มีมิติในตัวเอง การใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลก็ทำให้เราได้ของที่สดและได้ชิมเมนูใหม่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตลอดปี สำหรับชุดฤดูใบไม้ผลินี้ทางร้านจะเสิร์ฟตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ใครที่อยากมาทานอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมคุณภาพพรีเมียมไม่ควรพลาดค่ะ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
- 505 reads